จือจึงนำพลุและดอกไม้ไฟที่เขาเตรียมมาออกมาจุดบ้าง
เสียงดอกไม้ไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าดังเสียจนหูแทบหนวก หลินชิงเวยยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างเงยหน้าขึ้นมองดอกไม้ไฟด้วยดวงตาเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
นางเงยหน้าขึ้นมองดอกไม้ไฟ เซียวเยี่ยนยืนอยู่ข้างกายนาง ก้มหน้าลงมองนางที่กำลังมองดอกไม้ไฟด้วยดวงตาหงส์ของเขา
หลินชิงเวยหันกลับมา ดวงตาของนางสุกสกาวบริสุทธิ์กระจ่างใส เมื่อนางมองเซียวเยี่ยน ดวงตาคู่นั้นวับวาวและฉาบไปด้วยม่านน้ำบางๆ เวลานี้ทุกคนล้วนถูกดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าดึงดูดความสนใจ นางกลับอมยิ้มพูดกับเซียวเยี่ยนเบาๆ ว่า “ไยท่านมองข้าเช่นนี้เล่า? ข้างดงามมากหรือ”
เซียวเยี่ยนพูดตรงๆ โดยไม่อ้อมค้อม “บนตัวของเจ้ามีกลิ่นชนิดหนึ่ง”
หลินชิงเวยขมวดคิ้วยกแขนเสื้อขึ้นมาดม “ที่แท้ท่านรังเกียจกลิ่นควันไฟและน้ำมันบนร่างของข้า”
บนร่างของนางมีกลิ่นของน้ำมันและควันไฟจางๆ จริงๆ ล้วนเป็นผลจากการเข้าครัวตลอดทั้งบ่าย ที่จริงนางเองไม่ใคร่พอใจเท่าใด อีกประเดี๋ยวอย่างไรย่อมต้องนำไปซักล้าง ยามนี้ถูกเซียวเยี่ยนหยิบยกขึ้นมาพูดเช่นนี้ ทำให้นางแทบจะอดรนทนไม่ได้ที่จะกลับไปชำระกาย
แววตาของเซียวเยี่ยนเปล่งประกาย ทว่าปากกลับเอ่ยขึ้