ยวันนี้ข้าและท่านอ๋องพำนักอยู่ที่นี่ ไม่มีสิ่งใดเป็นของตอบแทน หวังว่าแม่ทัพเฉินจะไม่รังเกียจอาหารมื้อนี้”
เมื่อมองดูหน้าตาอาหารเหล่านี้เต็มไปด้วยสีสัน กลิ่นหอมยิ่งยวด เฉินเหยียนจือกลืนน้ำลายลงคอ เกือบจะขยับตะเกียบเริ่มกินอาหารแล้ว
หลินชิงเวยคีบเกี๊ยวตัวหนึ่งวางลงในถ้วยของเซียวเยี่ยน “ลองดู”
เซียวเยี่ยนกินเกี๊ยวไปตัวหนึ่ง เฉินเหยียนจือถามว่า “ท่านอ๋อง รสชาติเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”
เซียวเยี่ยนเริ่มกินเกี๊ยวตัวที่สองแล้วพูดเรียบๆ ว่า “ที่จริงก็ไม่ได้อร่อยอะไร”
เฉินเหยียนจือจึงกินเกี๊ยวตัวหนึ่งจากนั้นร้องเสียงดังว่า “ไฉนท่านอ๋องจึงบอกว่าไม่อร่อยเล่า ชัดเจนยิ่งนักว่าท่านอ๋องอยากกินอีกหลายตัว!”
เซียวเยี่ยนเพียงแต่เลิกคิ้ว ทว่าไม่พูดจา
คนทั้งโต๊ะกินอาหารอย่างมีความสุข อาจเป็นเพราะเฉินเหยียนจือและกู้หมิงเฟิ่งประจำอยู่ชายแดนเป็นเวลานานหลายปี น้อยยิ่งนักที่จะมีโอกาสได้กินอาหารรสชาติล้ำเลิศเช่นนี้ เฉินเหยียนจือไม่กลัวว่าผู้อื่นจะเห็นเป็นเรื่องขบขัน กินคำโต เคี้ยวคำใหญ่ กู้หมิงเฟิ่งกลับตักเตือนขึ้นเป็นพักๆ ด้วยความกระอักกระอ่วนใจ “ท่านระวังกิริยาสักหน่อยได้หรือไม่?”
เซียวเยี่ยนพูดด้วยแววตาอบอุ่นว่า “ไม่เป็นไร ในเมื่