และในชั่วเวลาเพียงเสี้ยววินาทีนั้น เซียวเยี่ยนได้ยินเสียงร้องของหลินชิงเวย แววตาของเขาพลันไหววูบ เขาดึงพลังลมปราณบนฝ่ามือกลับมากะทันหัน ส่งผลให้แขนของเขาสั่นสะท้านและชาไปทั้งแถบ ส่วนฝ่ามือที่ซัดลงบนไหล่ของกู้หมิงเฟิ่งนั้นลดกำลังไปมากกว่าครึ่ง ทว่ายังคงส่งผลให้นางได้รับบาดเจ็บ กระทั่งหันหน้าไปกระอักโลหิตสดๆ คำหนึ่ง
เวลานี้เฉินเหยียนจือวิ่งเข้ามาในลานเรือน เมื่อเห็นเหตุการณ์จึงร้องเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ “หมิงเฟิ่ง!”
กู้หมิงเฟิ่งไหนเลยจะยอมรามือเพียงเท่านี้ นางเงยหน้าขึ้นถลึงตามองเซียวเยี่ยนด้วยความอาฆาตแค้น นางถ่มเลือดปนน้ำลายออกมาคำหนึ่ง “พูดว่าจะพลิกคดีคืนความยุติธรรม พูดว่าจะเคลื่อนย้ายสุสาน ชีวิตร้อยกว่าคนของสกุลกู้มิใช่เจ้าเป็นโจรกบฏผู้ออกคำสั่งประหารหรือ ข้าอาจจะคืนความบริสุทธิ์ให้กับพวกเขาได้ แต่ชีวิตของพวกเขาเล่าจะคืนมาได้อย่างไร?! ข้ามิอาจข่มตานอนหลับลงในแต่ละค่ำคืนได้ เพราะไม่อาจกลืนโทสะและไฟแค้นนี้ได้ เจ้าเป็นฆาตกรสังหารผู้อื่น!”
สีหน้าของเซียวเยี่ยนไร้ความรู้สึกราวกับเป็นภูเขาลูกหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น เขาไม่เคลื่อนไหวแล้ว แต่กู้หมิงเฟิ่งจะด่าทออย่างไรก็มิอาจส่งผลให้เขาอ่อนไหวได้
ต่