เซียวอี้เห็นหลินชิงเวยกำลังจะลองสวมหน้ากากหนังมนุษย์อีกแผ่นหนึ่ง จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเย้าว่า “เวยเวย เจ้าออกไปทำการร่วมกับบุรุษผู้มีใบหน้าเป็นพิมพ์เดียวกับข้า ก้มหน้าเงยหน้าล้วนมองเห็นข้า ระวังจะหลงรักข้าเล่า”
หลินชิงเวยยิ้มตอบ นางสวมใส่ใบหน้าของคนชุดดำเรียบร้อยแล้ว แม้รูปร่างจะบอบบาง แต่อย่างไรก็เปลี่ยนใบหน้าไปแล้ว นางกล่าวว่า “ต่อให้สุนัขรับใช้ของท่านหลงรักท่าน ท่านวางใจได้ ข้าไม่หลงรักท่านหรอก”
หลังจากหลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนแปลงกายแล้ว พวกเขาเดินทางออกนอกเมืองในกลางดึก เฉินเหยียนจือและกู้หมิงเฟิ่งพาคนและม้ากลุ่มหนึ่งตามไปส่งพวกเขาถึงตีนเขา ทุกคนอยู่ในเสื้อผ้าชาวบ้านธรรมดา ชัดเจนยิ่งนักว่าพวกเขามิใช่กองทัพประจำชายแดน “เซ่อเจิ้งอ๋อง ครั้งนี้ต้องระมัดระวังตัวให้มาก หากในภูเขามีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น ขอท่านส่งสัญญาณให้ข้าน้อย ข้าน้อยจะพาคนโจมตีภูเขาทันที”
หากมิใช่ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติจริงๆ การไม่โยกย้ายกำลังกองทัพชายแดนย่อมเป็นเรื่องดีกว่า หาไม่แล้วย่อมเป็นชนวนของสงครามระหว่างสองแคว้นอย่างไร้ข้อกังขา
เซียวจิ่น ฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเซี่ยยังทรงพระเยาว์ ตั้งแต่เข้าสู่ฤดูหนาวมา ทางใต้ประสบภัยธรรมชาติ