หลินชิงเวย “น่าขันนัก เมื่อคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของท่าน ท่านดูสิ นี่มิใช่ไม่ซื่อตรงหรือไร” นางเพียงพูดไปอย่างนั้นเอง พูดแล้วก็บุ้ยใบ้ไปที่เจ้าหน้าที่เหล่านั้น ในเมื่อคนเราเมื่อถูกบีบบังคับกระทั่งจนตรอก มีอะไรทำออกไม่ได้บ้างเล่า? หากเจ้าหน้าที่เหล่านี้ยังคงไม่ลืมหูลืมตา เช่นนั้นก็เป็นผลกรรมที่พวกเขาสมควรได้รับแล้ว
หลินชิงเวยยอมรับว่าตนไม่ใช่คนมีจิตใจเมตตาอันใดนัก และเซียวอี้ที่อยู่ข้างกายนางนั้นไม่ใช่ยิ่งกว่า
ต่อมาหลินชิงเวยและเซียวอี้เดินออกจากประตูเมืองไปอย่างเงียบเชียบ ได้ยินเสียงสั่นสะท้านของท่านเจ้าเมืองดังขึ้นบนกำแพงท่ามกลางความเหน็บหนาว “ข้าทำตามที่พวกเจ้าต้องการ เปิดคลังก็เปิดคลัง! แจกจ่ายเสื้อผ้าก็แจกจ่ายเสื้อผ้า!”
เพียงแต่เมื่อพวกเขากำลังจะเดินออกประตูเมืองนั้นกลับเห็นหลงจู๊และคนงานสองคนกำลังยืนยิ้มรออยู่ที่นั่น ในมือของคนงานมีม้าสองตัว ในมือของหลงจู๊มีหอสัมภาระหนึ่งห่อ
นางเห็นหลินชิงเวยและเซียวอี้ออกมาจึงเดินเข้ามากล่าวว่า “เคราะห์ดีที่มีทั้งสองท่าน หาไม่แล้วชาวบ้านในเมืองจิงโจวยังไม่รู้ว่าจะต้องได้รับความทุกข์ยากลำเค็ญเพียงใด วิธีการของแม่นางล้ำเลิศนัก”
หลินชิงเวย “เคราะห์ดีที่มี