พิราบตัวที่ติดตามอยู่ข้างกายเซียวเยี่ยนตัวนั้น
หลินชิงเวยยื่นมือไปลูบขนสีขาวมันวับของมัน ในใจอดที่จะตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งไม่ได้ “เขารู้แล้วใช่หรือไม่ว่าข้ามาตามหาเขา? ดังนั้นจึงส่งเจ้ามารับข้า?”
“กรู๊ๆๆ”
“เขาได้พบกับอันตรายหรือไม่?”
“กรู๊ๆๆ”
หลินชิงเวยรอไม่ได้อีกต่อไป นางฉวยโอกาสที่เซียวอี้ยังไม่เข้ามาในห้อง นี่เป็นโอกาสอันดีงามที่จะสลัดเขา แม้ชั้นสองจะสูงอยู่บ้างและหลินชิงเวยไม่มีวรยุทธ์ หากลงไปเช่นนี้ย่อมต้องได้รับบาดเจ็บ แต่ยังดีที่ข้างใต้กรอบหน้าต่างนี้มีต้นไม้ต้นหนึ่ง หลินชิงเวยจึงสะพายห่อสัมภาระของตนแล้วปีนต้นไม้กัดฟันกระโดดลงไป
กิ่งไม้ของต้นไม้นั้นยืดหยุ่นได้เล็กน้อย ทำให้นางกระโดดลงมาด้วยน้ำหนักที่เหมาะสม แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้มืออันบอบบางของนางก็ถูกเสียดสีจนผิวหนังถลอกเช่นกัน หลินชิงเวยไหนเลยจะมีเวลาใส่ใจเรื่องเหล่านี้ นางรีบปีนลงจากต้นไม้แล้วจูงม้าของตนออกไป
นางอ้อมออกไปจากโรงเตี๊ยมแล้วควบม้าทะยานไปข้างหน้าตามทิศทางที่หยางชุนนำไป
ตลอดเวลานั้น เซียวอี้ยืนอยู่ในห้องของตน นิ้วมือเรียวยาวของเขาเปิดหน้าต่างเบาๆ มองทุกการกระทำของหลินชิงเวยตกอยู่ในสายตา เขาหรี่ตาลงแค่นหัวเร