่ากลับเป็นหลินชิงเวย จึงอดที่จะพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์อยู่บ้างว่า “วันนี้เจ้าเพิ่งมาใหม่ คิดดูแล้วน่าจะยังไม่ค่อยแจ่มแจ้งถึงกฎเกณฑ์ของที่นี่ ไม่มีผู้ใดบอกเจ้าหรือว่าห้ามเข้าออกห้องของข้าตามอำเภอใจ?”
หลินชิงเวย “พี่หงหลิงงดงามจริงๆ เจ้าค่ะ”
หงหลิงมองตนเองในกระจกด้วยสีหน้าบอกว่าต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ด้วยคำพูดประโยคนี้ของหลินชิงเวยทำให้นางค่อยๆ เปลี่ยนความคิด “เจ้ามาด้วยเรื่องอันใด?”
หลินชิงเวย “ข้ามาถึงเป็นเวลาค่อนวันแล้วกลับไม่เห็นได้รับแจกจ่ายงานอันใดแก่ข้าไปทำ ดังนั้นจึงมาถามพี่สาวว่าจะจัดสรรงานให้ข้าทำบ้างได้หรือไม่เจ้าคะ”
หงหลิงหัวเราะ “คนอื่นแอบเกียจคร้านแทบไม่ทัน เจ้ากลับซื่อตรงนัก อีกประเดี๋ยวข้าจะให้คนสอนเจ้าเรียนรู้เรื่องพิณ หมาก อักษร ภาพวาด ไปพักผ่อนก่อนเถิด”
“พี่สาว ผมของท่านยุ่งเล็กน้อยเจ้าค่ะ”
หงหลิงหันมองซ้ายขวาในกระจก “ที่ไหนกัน?”
“ด้านหลังเจ้าค่ะ” หลินชิงเวยเดินเข้าไปด้วยสีหน้าปราศจากพิษสง “ข้าช่วยท่านเจ้าค่ะ”
ดังนั้นหลินชิงเวยจึงเดินไปยืนอยู่ข้างหลังหงหลิง แสร้งทำเป็นช่วยนางจัดทรงผม ปลายนิ้วพลันส่งกลิ่นเครื่องหอมชนิดหนึ่งออกมา หงหลิงกะพริบตาถี่ๆ หลังจากนั้นรู้สึกร่างกาย