ของหงหลิงปรากฏให้เห็นความหยิ่งผยอง นางตอบเสียงเกียจคร้าน “มิใช่ใต้เท้าท่านเจ้าเมืองหรอกหรือ สามวันตามสี่วันเชิญให้ข้าไปที่จวนของเขาสักเที่ยว นี่ข้าไม่ไปไม่ได้แล้ว”
คำพูดนี้ฟังดูแล้วเหมือนอับจนปัญญา แต่สีหน้าของนางไม่ได้มีความอับจนปัญญาแม้สักกระผีก ในทางกลับกันสิ่งที่หลินชิงเวยเห็นก็คือความโอ้อวดอย่างชัดเจน
หลงจู๊กล่าวว่า “พี่สาวมีคำพูดจะตักเตือน ไม่รู้ว่าน้องสาวจะฟังหรือไม่? มาบัดนี้ในเมืองของเรากำลังโจษจัน ชาวบ้านในเมืองไม่มีสักคนไม่เคียดแค้นชิงชังท่านเจ้าเมือง เหตุใดเจ้ายังต้องกระชับความสัมพันธ์กับท่านเจ้าเมือง?”
หงหลิงหัวเราะ “กระชับความสัมพันธ์? ความสัมพันธ์ใช่ข้าต้องการจะตัดสัมพันธ์ก็ทำได้หรือ? ใต้เท้าท่านเจ้าเมืองเป็นบ่อเงินบ่อทองของหงหลิง หงหลิงเป็นเพียงสตรีในหอคณิกา มีความสามารถอันใดที่จะตัดสินใจด้วยตนเอง?”
หลงจู๊กล่าวว่า “แต่ทั้งๆ ที่เจ้ารู้ว่าเงินที่เขานำมาให้เจ้าล้วนเป็นเงินที่เขาขูดรีดมาจากพวกชาวบ้าน มาบัดนี้ทางราชสำนักส่งเงินบรรเทาทุกข์ลงมา ทว่ากลับไม่เห็นเขาช่วยเหลือชาวบ้าน แต่กลับนำเงินจำนวนมากมาทุ่มให้กับเจ้า มโนธรรมในใจของเจ้า เจ้าทำใจได้หรือ?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหงหลิงแปรเปลี่ยนเ