นเข้าไปเก็บห่อผ้าของตนแล้วสะพายขึ้นไหล่ นางยืนอยู่เบื้องหน้าหญิงออกเรือน
หญิงออกเรือนถดกายไปข้างหลังด้วยความหวาดกลัว ร่างของนางสั่นเทิ้ม
หลินชิงเวยโน้มกายลงไปยื่นมือออกไปอีกครั้ง นางพูดกับหญิงออกเรือนว่า “เอามา”
หญิงออกเรือนกะพริบตาปริบๆ แล้วหยิบเงินหนึ่งตำลึงที่หลินชิงเวยให้นางเมื่อยามเข้าประตูมาคืนให้หลินชิงเวย
หลินชิงเวยเก็บเงินกลับมาแล้วเหยียดกายยืนตรง สะบัดชายกระโปรงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางพูดกับหัวหน้าหน่วยว่า “ที่จริงข้ามียาถอนพิษ”
หัวหน้าหน่วย “…” กระทั่งความคิดจะสับร่างของหลินชิงเวยเป็นพันเป็นหมื่นชิ้นเขาก็มีแล้ว
หลินชิงเวยเลิกคิ้วและพูดต่อว่า “แต่ต่อให้เจ้าคุกเข่าขอร้องข้า ข้าก็ไม่คิดจะให้เจ้า”
หัวหน้าหน่วยได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ รู้สึกสับสนในใจ ทั้งยังรู้สึกโชคดีอยู่สองส่วน หากนางพูดว่านางมียาถอนพิษก่อนที่เขาจะตัดแขนของตน และเขาคุกเข่าลงไปจริงๆ แต่นางกลับไม่ให้ยาถอนพิษ ไม่รู้ว่าจะทำให้เขาเสียศักดิ์ศรีเพียงใด ทว่าโชคดีที่นางไม่พูด และโชคดีที่เขาไม่ได้คุกเข่าเช่นกัน
คิดได้เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าตัวเขาเองก็ไม่เชื่อว่าตนเองจะมีความกล้าหาญจริงๆ เช่นกัน
ก่อนหน้าที่หลินชิงเวยจะจากไป