หัวหน้าหน่วยผู้นั้นส่งสายตา สตรีนางนั้นจึงลุกขึ้นไปเปิดประตู ไหนเลยจะรู้ว่าเมื่อเปิดประตูเรือนแล้วจะเห็นคนแปลกหน้าสองคนยืนอยู่หน้าประตู คนหนึ่งสูง คนหนึ่งเตี้ยยืนอยู่ท่ามกลางสายลมและหิมะที่ตกหนักราวกับหยกสลักก็ไม่ปาน หน้าตาชวนมองอย่างยิ่ง
หญิงออกเรือนถามว่า “พวกเจ้าเป็นผู้ใดกัน?”
หลินชิงเวยยกมือขึ้นยื่นเงินก้อนหนึ่งให้นาง “รบกวนแจ้งสักหน่อย พวกเรามีเรื่องขอความช่วยเหลือจากใต้เท้า”
ทันทีที่หญิงออกเรือนจับจ้องสายตาพลันรู้สึกเบิกบานใจ ก่อนหน้าที่เมืองแห่งนี้จะเผชิญหน้ากับภัยหิมะตกหนัก เคยมีชาวบ้านมาเคาะประตูยามดึกดื่นมอบสิ่งของดีๆ ให้ เพื่อขอร้องให้สามีของตนใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์บางอย่างให้
ครั้งนี้มิใช่ครั้งแรก อีกทั้งการรับสิ่งของมีค่าจากผู้อื่นสำหรับนางแล้วคิดว่าเป็นเรื่องถูกต้องดีอยู่แล้ว นี่กลายเป็นรายได้ทางหนึ่งของครอบครัว หาไม่แล้วลำพังเพียงแค่อาศัยเบี้ยหวัดอันน้อยนิดจากตำแหน่งขุนนาง ไหนเลยจะสามารถพำนักอยู่ในเรือนที่ดีเช่นนี้ได้ ในขณะที่ผู้อื่นต้องได้รับความทุกข์ ไม่มีเสื้อผ้าให้สวมใส่ ไร้บ้านให้กลับ ไฉนครอบครัวของพวกเขาจึงไม่เดือดร้อน
ดังนั้นหญิงออกเรือนจึงรับเงินเอาไว้ ท่าทีที่นางปฏิบัติต่อ