ยังกล่าวอีกว่า “ไว้ชีวิตต่ำช้าของเจ้าชีวิตหนึ่ง เจ้าควรจะขอบคุณข้า”
หัวหน้าหน่วยและภรรยาที่ร่ำไห้สะอึกสะอื้นได้แต่มองเงาร่างด้านหลังของหลินชิงเวยและเซียวอี้หันกายเดินออกไปท่ามกลางความเงียบงัน
ทว่าไว้ชีวิตของเขาแล้วอย่างไรเล่า หากหัวหน้าหน่วยแขนขาดไปข้างหนึ่ง จะทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยของศาลาว่าการและขูดรีดชาวบ้านต่อไปได้อย่างไร นั่นควรจะเป็นเวลาที่เขาต้องชดใช้บาปกรรมที่ทำมา ชีวิตที่เหลือยังอีกยาวนานนัก เขาทำให้ชาวบ้านโกรธแค้นจึงไม่ต้องคาดหวังว่าชีวิตในวันข้างหน้าต่อไปจะอยู่ดีมีสุขได้
หลังจากรอจนเงาร่างของหลินชิงเวยและเซียวอี้ลับหายไป หญิงออกเรือนจึงบ่นพึมพำขึ้นมาว่า “ล้วนเป็นเพราะท่าน! คืนห่อผ้าให้พวกเขาก็พอแล้ว! ยุ่งกับผู้ใดไม่ยุ่ง ไปยุ่งกับพวกเขา! ยามนี้ท่านแขนขาดไปข้างหนึ่ง ต่อไปจะหาเงินเข้าบ้านได้อย่างไร!”
หัวหน้าหน่วยได้ยินแล้วเดือดดาลจนตบโต๊ะดังปังและด่าทอ “เจ้าช่างเป็นสตรีโง่เขลา หุบปากเดี๋ยวนี้!”
ออกมาจากเรือนหลังนั้นแล้วหลินชิงเวยและเซียวอี้ยังต้องหาที่พัก เซียวอี้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันมืดมิด หิมะเม็ดเล็กๆ ตกลงมา “เอ๊ะ หิมะเริ่มตกอีกแล้วหรือ”
หลินชิงเวยไม่พูดจา
เขาจึงกล่าวอีก