ว่า “ยามนี้ข้ากระจ่างแจ้งแล้วว่ายอมล่วงเกินคนชั่ว ก็ไม่อาจล่วงเกินเจ้าผู้เป็นสตรีที่มีจิตใจราวกับแมงป่องพิษ”
หลินชิงเวย “ขอบคุณ”
เขามองชิงหลันที่อยู่บนไหล่ของหลินชิงเวยหดตัวเข้าไปในอ้อมกอดของนางอย่างไร้สุ้มเสียง เขาดูออกว่างูตัวนี้มีสัญชาตญาณ จึงกล่าวว่า “ข้าอยากรู้ว่าเจ้าหาสถานที่แห่งนี้พบได้อย่างไร?”
หลินชิงเวยเพียงหัวร่อ “สัญชาตญาณ” ย่อมเป็นสัญชาตญาณที่ชิงหลันส่งมา
ต่อมาหิมะยิ่งตกยิ่งหนัก บนถนนปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว หลินชิงเวยเหยียบลงไปบนพื้นหิมะ ทิ้งให้เห็นเป็นรอยเท้าลึกบ้าง ตื้นบ้าง นางเดินค่อนข้างลำบาก เซียวอี้คิดจะประคองนางหลายครั้งแต่ถูกนางปฏิเสธ
เมืองจิงโจวเป็นเมืองไม่ใหญ่มาก ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินทั่วเมืองนี้แล้ว บนถนนหนทางนอกจากพวกเขาสองคนแล้วดูเหมือนจะไม่มีผู้คนสัญจรไปมา หากจะบอกว่ามีคนอยู่บ้าง ทว่าล้วนเป็นขอทานไร้บ้านที่ซุกตัวอยู่ใต้ชายคาเรือนของผู้อื่น ระหว่างที่หลินชิงเวยเดินผ่าน หางตาเห็นถ้วยข้างกายขอทานคนหนึ่งว่างเปล่า เกรงว่าคงมีคนนำสิ่งของมาให้พวกเขากิน แต่แล้วอย่างไรเล่า รอให้ถึงรุ่งเช้าคาดว่าคงจะมีคนไม่น้อยที่หนาวตาย
ต่อมาทั้งสองเข้าพักในโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่ส