ุดของเมืองนี้ จนปัญญาจริงๆ ด้วยโรงเตี๊ยมอื่นๆ ล้วนปิดกิจการเลิกทำการค้า มีเพียงโรงเตี๊ยมแห่งนี้ที่มีทุนหนาพอที่จะเปิดกิจการทำการค้าต่อไป พวกเขาเห็นเพียงโคมไฟส่องแสงสลัวในห้องโถงใหญ่
เซียวอี้ก้าวเข้าไปเคาะประตู หลังจากนั้นเนิ่นนานเสี่ยวเอ้อร์ของร้านที่นอนสะลึมสะลือจึงมาเปิดประตูให้ ด้านนอกสายลมและหิมะพัดแรง เสี่ยวเอ้อร์เงยหน้าขึ้นเห็นคนทั้งสองจึงตื่นเต็มตาทันที เขาเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น “สองท่านมากินข้าวหรือเข้าพักขอรับ? กินข้าวเห็นจะไม่ได้ พ่อครัวกลับบ้านเกิดไปแล้ว โรงเตี๊ยมไม่มีพ่อครัวชั่วคราวขอรับ”
เซียวอี้ตอบสั้นๆ “เข้าพัก”
เสี่ยวเอ้อร์หันหน้าตะโกนเข้าไปข้างใน “หลงจู๊ มีลูกค้าสองท่าน!” ความยินดีในน้ำเสียงนั้นปิดไม่มิด ไม่ต้องพูดก็รู้ได้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีลูกค้ามาเข้าพัก
หลงจู๊ของโรงเตี๊ยมลงมาต้อนรับด้วยตนเอง และจัดห้องชั้นบนให้เซียวอี้และหลินชิงเวย แม้จะไม่มีพ่อครัวแต่เรือนด้านหลังยังคงมีคนงานต้มน้ำร้อนให้ได้ น้ำร้อนจึงถูกส่งมาอย่างว่องไว หลงจู๊ลงครัวทำบะหมี่น้ำให้พวกเขาสองถ้วยด้วยตนเอง
หลงจู๊ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นสตรีนางหนึ่ง อายุราวๆ สามสิบปี แต่คิดดูแล้วเมื่อครั้งยังสาวจะต้องเป็นสตรี