โฉมงาม บัดนี้แม้จะมีอายุมากขึ้น ทว่ายังคงหน้าตางดงาม
เส้นหมี่ที่นางส่งมานั้นรสชาติจืดชืด ทว่าหลินชิงเวยลองชิมดูคำหนึ่ง อาจเป็นเพราะนางกำลังหิวก็เป็นได้จึงรู้สึกว่ารสชาติไม่เลวนัก
ภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้เงียบสงบอย่างที่สุด ไม่ง่ายดายนักที่จะได้ลูกค้ามาเข้าพักสองคน หลงจู๊ย่อมต้องต้อนรับดูแลด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างดี นางนั่งลงที่โต๊ะด้วยท่าทีสนิทสนมคุ้นเคย ดวงตาเปี่ยมความเป็นมิตร “โรงเตี๊ยมไม่มีพ่อครัว ขอทั้งสองท่านอย่าได้รังเกียจเส้นบะหมี่ที่ข้าปรุงเอง ถือเป็นของที่ข้ามอบให้ทั้งสองท่าน พรุ่งนี้หากทั้งสองท่านต้องการกินข้าวในโรงเตี๊ยม หากไม่รังเกียจก็กินพร้อมกับข้าและคนงานที่นี่ ข้าไม่เก็บเงินค่าข้าวพวกท่าน”
การสนทนาระหว่างสตรีด้วยกัน โดยเฉพาะสตรีรูปโฉมงดงาม ดูเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกี่ยวข้องกับหลินชิงเวย เพราะเซียวอี้รับหน้าไปคนเดียว
เซียวอี้กินเส้นหมี่ด้วยท่าทางดูดีอย่างยิ่ง เขาได้ยินเช่นนั้นจึงพักตะเกียบลงและกล่าวกลั้วหัวเราะ “หลงจู๊เกรงใจไปแล้ว เส้นหมี่นี้ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว เส้นกำลังพอดี รสชาติก็ดี ตั้งแต่พวกเราเข้าเมืองมายังไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยก็ว่าได้ ดูเหมือนตลอดเส้นทางเดินมาตั้งนา