หลินชิงเวยเบะปาก “ข้าไม่รู้ เพียงแต่สองวันนี้ ข้าล้วนเตรียมอาหารหนึ่งโต๊ะ เพื่อให้ท่านมาถึงแล้วได้กินทันที ไม่คิดว่าท่านจะมาถึงล่าช้าเช่นนี้ ผ่านมาหลายวันจึงตามข้ามาทัน”
หากนางมีใจคิดจะหลบซ่อนตัว เกรงว่าเซียวอี้คงตามไม่ทันนางเป็นแน่
เซียวอี้นับได้ว่าคลายโทสะไปเปลาะหนึ่ง ขอเพียงหลินชิงเวยไม่ได้เจตนาทิ้งเขาไว้แล้วเร่งเดินทางไปเพียงลำพัง ทุกอย่างล้วนยังปรึกษาหารือกันได้ เมื่อเริ่มแรกนั้นแม้เซียวอี้จะตกอยู่ในการควบคุมของนาง แต่ในเมื่อทุกอย่างมาถึงขั้นนี้แล้วหากจะทิ้งทุกอย่างไปกลางคันย่อมไม่ใช่นิสัยของเซียวอี้ เขามีความจำเป็นต้องเดินทางไปหนานเจียงเช่นกัน เขาไม่เชื่อหรอกว่าเขาและอวิ๋นหนานอ๋องร่วมมือกันจะล้มล้างเซ่อเจิ้งอ๋องคนเดียวไม่ได้
อย่างไรเสียทั้งสองคนนี้ต่างมีความคิดเป็นของตนเอง
เขาพูดว่า “เจ้าไม่คิดว่าเปิ่นหวางอาจจะหนีออกมาไม่ได้บ้างหรือ?” ความหมายอีกนัยหนึ่งก็คือ หากเขาไม่อาจตามนางทันเล่า?
ในน้ำเสียงนั้นยังมีความหยอกเย้าอยู่ด้วย
ต่อมามีเพียงความเงียบงัน เซียวอี้จึงปล่อยหลินชิงเวย คนทั้งสองนั่งลงเริ่มกินอาหาร หลินชิงเวยจึงเอ่ยขึ้นว่า “หลายวันนี้ไม่เห็นองครักษ์ลับตามมา แสดงให้เห็นว่าท่าน