หลินชิงเวยยังคงจับจ้องใบหน้าของเขาอยู่นั่นเอง “ทหารนับหมื่นคนหายสาบสูญไปจากบริเวณชายแดนอย่างไร้เหตุผล คิดดูแล้วย่อมต้องเกี่ยวพันกับอวิ๋นหนานอ๋องแน่นอน อวิ๋นหนานอ๋องมีจิตใจทะเยอทะยาน ทว่ากำลังทหารมีไม่เพียงพอ หากวันใดที่เขาโจมตีต้าเซี่ยจะต้องมีการเตรียมพร้อม”
ขณะที่นางกำลังพูดจาได้ถูกเซียวอี้ผลักให้ล้มลงไปบนเตียง
เซียวอี้หรี่ตาลงคร่อมร่างของเขาลงบนร่างของนาง “ไม่จำเป็นต้องมากังวลเรื่องเหล่านั้น หรือเวลานี้เจ้าไม่ควรที่จะเป็นกังวลเรื่องของเจ้าเองหรอกหรือ?”
หลินชิงเวย “เซียวอี้ ต่อให้เป็นคนที่มีจิตใจทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงมากกว่านี้ก็ควรจะมีขอบเขตเสียบ้าง หากจะต่อสู้กันก็ควรจะปิดประตูแล้วต่อสู้กัน การกระทำเช่นการล่อจิ้งจอกเข้าเรือนเยี่ยงนี้จะแตกต่างอะไรกับโจรกบฏเล่า? หากวันใดวันหนึ่งท่านล้มเหลว พ่ายทั้งกระดาน ถึงเวลานั้นต่อให้เป็นเทพเซียนลงมาจุติก็ไม่อาจช่วยเหลือครอบครัวของท่านทั้งตระกูลได้!”
ร่างสูงเพรียวของเซียวอี้ค่อยๆ ผ่อนน้ำหนักลงมา ม่านตาของเขาขยายขึ้นเล็กน้อย พลันมีอารมณ์และความรู้สึกอีกชนิดหนึ่งปรากฏขึ้นแทนในแววตาของเขา ปลายนิ้วของเขาเชยคางของหลินชิงเวยพูดทั้งหัวเราะว่า “ฟังเจ้าพูดจาแ