นางถามขึ้นว่า “เหตุใด…พี่สาวจึงรู้ว่าพระราชโองการมาแล้วเจ้าคะ?”
หลินชิงเวย “เจ้าวิ่งกลับมาบอกข้าเรื่องนี้ คิดดูแล้วคงไม่ต้องให้ข้าออกไปรับราชการโองการด้วยตัวเองกระมัง”
“แต่ว่าพี่สาว…” หลินชิงเวยยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง กลับเป็นซินหรูที่ร้อนใจ
หลินชิงเวยช้อนตาขึ้นมองนางแวบหนึ่ง “ยังมีเรื่องอันใดอีก?”
ซินหรูส่ายหน้า
หลินชิงเวยจึงเอ่ยขึ้นว่า “ไม่มีอะไรแล้ว ควรทำอะไรก็ไปทำเสีย”
ทันทีที่มีพระราชโองการลงมาย่อมไม่เปิดโอกาสให้หลินชิงเวยปฏิเสธ ลำดับต่อมาคือสิ่งของต่างๆ ที่สมควรได้รับจึงถูกส่งมายังตำหนักฉางเหยี่ยนอย่างเอิกเกริกใหญ่โต ไม่นับว่านางเป็นคนใหม่ในวังหลวงอันใด ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องให้หมัวมัวอาวุโสเข้ามาช่วยนางเตรียมตัวอาบน้ำตั้งแต่ยามบ่าย ขั้นตอนต่างๆ เหล่านั้นจึงงดเว้นไปเสีย อย่างไรเซียวจิ่นย่อมรู้ดีว่านางไม่มีทางยินยอมปลดเปลื้องอาภรณ์ ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่มผืนเดียวแล้วถูกแบกเข้าไปถึงแท่นบรรทมมังกรของเขาเด็ดขาด
สิ่งของที่ถูกส่งมายังตำหนักฉางเหยี่ยนคือเสื้อคลุมหงส์ชุดหนึ่ง เป็นเสื้อคลุมงดงามวิจิตรตระการตา สีแดงสดนั้นดึงดูดสายตายิ่งนัก ราวกับค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนวันวิวาห์ระหว่างนางและเซียวจิ่น
ไม่ต้องกล่า