ไทเฮาพูดเสียงเบา “เปิ่นกงเกรงว่าจะทำเรื่องที่อดีตฮ่องเต้ฝากฝังไม่สำเร็จ ยากที่จะนอนหลับอยู่ในตำหนักบรรทมได้ จึงมาสวดมนต์เพื่อขอประทานอภัยที่ห้องพระ”
หมัวมัวพูดทั้งน้ำตา “ไทเฮาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เพคะ พระองค์ทรงหันกลับมาทอดพระเนตรเถิดเพคะ ฝ่าบาทเสด็จมาเยี่ยมพระองค์แล้ว”
มือที่เคาะไม้มู่อวี๋ของไทเฮาพลันหยุดชะงักลง นางค่อยๆ หันหน้ากลับมาและแทบจะหลั่งน้ำตาในนาทีที่นางเหลือบมาเห็นเงาร่างเหยียดตรงองอาจในอาภรณ์สีเหลืองสว่างนั้น
แต่ไหนแต่ไรมาเซียวจิ่นไม่มีความรู้สึกผูกพันเฉกเช่นบุตรที่มีต่อมารดากับไทเฮาผู้นี้ เพียงแต่ยามนี้เมื่อเขาพบเห็นไทเฮาแล้วอดที่จะรู้สึกตะลึงงันไม่ได้ ด้วยสตรีที่ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าเขาในขณะนี้ยังคงเป็นไทเฮาที่อดีตอยู่ในวัยสาวใหญ่ ยามนี้กลับดูเหมือนหญิงชรานางหนึ่งราวกับเวลาไม่ได้ต่างกันเพียงแค่วันสองวันเท่านั้น
ดูเหมือนท่าทีเผด็จการและโหดเหี้ยมของนางได้อันตรธานหายไปไม่กลับมา
ในความทรงจำของเซียวจิ่น ไทเฮามีเพียงความเผด็จการและกดข่มผู้อื่นมาโดยตลอด เซียวจิ่นไหนเลยจะเคยพบเห็นไทเฮาในสภาพร่ำไห้น้ำตานองหน้าเช่นนี้ จิตใจของเขาอดที่จะอ่อนไหวไม่ได้ “เจิ้นได้ยินว่าไทเฮาประชวร ใน