เมื่อประชวรย่อมต้องพักผ่อนให้ดี ยังมาห้องพระเพื่ออันใดกัน?” ดังนั้นเซียวจิ่นจึงหันไปสั่งนางกำนัล “เด็กๆ ส่งไทเฮากลับไปยังตำหนักบรรทม ให้คนไปเชิญหมอหลวงมาตรวจชีพจรเพื่อตรวจพระอาการให้ไทเฮา”
หลังจากไทเฮาถูกส่งตัวกลับไปยังตำหนักบรรทมก็เอาแต่พูดด้วยความเป็นทุกข์ “แม้ข้าจะไม่ได้ให้กำเนิดฝ่าบาทมาก็ตาม แต่เสด็จแม่ของฝ่าบาทได้ฝากฝังกับข้าไว้ก่อนตาย บัดนี้นับว่าฝ่าบาทเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้าเห็นแล้วปลาบปลื้มนัก”
สีหน้าของเซียวจิ่นมีความเย็นชาอยู่เล็กน้อย “ไทเฮาทรงประชวร อย่าได้เอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้เลย” เขาไม่เคยพบมารดาผู้ให้กำเนิดของตนมาก่อน เขาไม่รู้ว่านางเป็นใคร ไทเฮาพูดเช่นนี้จึงได้แต่ทำให้เขาไม่สบอารมณ์เท่านั้นเอง
ไทเฮากล่าวอีกว่า “เมื่อคืนข้าฝันถึงอดีตฮ่องเต้และได้ใคร่ครวญเรื่องทั้งหมดที่แล้วมาจึงพบว่าหลายปีมานี้ข้าได้ทำเรื่องไม่เหมาะสมไว้มากมายนัก ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างข้าและฝ่าบาทจึงได้จืดจางเยี่ยงนี้ ที่จริงแล้วข้าไม่ควรทำเช่นนี้ หากขอให้ฝ่าบาทอภัยให้ข้าคงเป็นเรื่องฝืนใจอย่างยิ่งกระมัง”
เซียวจิ่นหรี่ตาลงพิจารณาใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาของไทเฮา ไม่อาจไม่ยอมรับว่าสตรีที่อยู่เบื้องหน้าได้