านพบกับเวย”
เซียวจิ่นตะลึงงัน นิ้วเรียวขาวที่ลูบไล้ขอบถ้วยน้ำชาหยุดชะงักงัน “นั่นหมายความอย่างไร?”
ไทเฮา “เมื่อแรกข้าไม่เข้าใจความหมายนั้น ต่อมาเมื่อครุ่นคิดอยู่ค่อนคืนจึงกระจ่างแจ้งขึ้นเล็กน้อย ชื่อแรกของฝ่าบาทมีคำว่า “จิ่น” ก็คือ หยก ส่วนคำว่า “หลิน” นั้นทั้งวังหลวงมีเพียงหลินเจาอี๋คนเดียวที่มาจากสกุลหลินมิใช่หรือ?” ชั่วขณะนั้นดวงตาดำขลับของเซียวจิ่นพลันไหววูบดูเหมือนเปล่งประกายระยิบระยับ
“บิดาของหลินเจาอี๋คือมหาเสนาบดีของราชวงศ์ เป็นขุนนางตำแหน่งใหญ่ ย่อมต้องช่วยเหลือสนับสนุนและประคับประคองฝ่าบาทได้ และคำว่าได้พบกับ เวย จึงอธิบายได้ว่า นางและฝ่าบาทรู้จักกัน กลับเป็นผู้อุปถัมภ์ในชีวิต และชื่อเดิมของหลินเจาอี๋มีคำว่า “เวย” ซึ่งออกเสียงเหมือนกัน” ไทเฮากล่าว “ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงคิดว่าความหมายของอดีตฮ่องเต้น่าจะหมายถึงทรงเลือกหลินเจาอี๋กระมัง บุตรหลานของราชวงศ์ย่อมต้องถือกำเนิดจากนาง”
เซียวจิ่นเงียบขรึมเนิ่นนาน
ไทเฮากล่าวอีกว่า “แม้หลินเจาอี๋ผู้นั้นจะไม่ลงรอยกับข้ามาตลอดก็ตาม แต่อย่างไรนางก็เป็นนางสนมของฝ่าบาท ต่อไปย่อมต้องเป็นคนข้างหมอนของฝ่าบาท ในเมื่อนี่เป็นเรื่องที่อดีตฮ่องเต้ฝากฝังเอาไว้ ข้า