ยวจิ่นยังคงไม่แสดงท่าทีนั่นหมายถึงเขาไม่เคารพและไม่กตัญญูต่ออดีตฮ่องเต้
เรื่องเหล่านี้ถูกโจษจันกันอย่างหนักในตำหนักใน หลินชิงเวยนั้นมีชาติกำเนิดเป็นคุณหนูพันชั่งจากจวนมหาเสนาบดี ทั้งยังได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ หากฮ่องเต้เรียกตัวนางเข้าปรนนิบัตินั่นย่อมเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว
หลังจากไทเฮาถูกปล่อยตัวจากการถูกกักบริเวณ นางมิได้ไปหาเรื่องหลินชิงเวย หลินชิงเวยได้ยินเรื่องเหล่านั้นแล้วจึงอารมณ์ไม่ดีนักเช่นกัน ซินหรูเข้าใจจิตใจของนางจึงไม่ได้เข้าไปรบกวน ปล่อยให้นางอ่านตำราอยู่ในห้องทั้งวัน
ไม่รู้ว่าเซียวฉีปรากฏกายขึ้นจากที่ใด เขาพักผ่อนอยู่กับซินหรูในมุมหนึ่งของตำหนักฉางเหยี่ยน หลินชิงเวยอารมณ์ไม่ดี ซินหรูย่อมต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นกัน เขามองซินหรูแล้วเอ่ยขึ้นว่า “อย่าขมวดคิ้วอีกเลย ขืนเจ้ายังขมวดคิ้วอีก หน้าจะไปกองรวมอยู่ที่เดียวกันแล้ว”
ซินหรูขึงตาใส่เขาครั้งหนึ่ง “เจ้าว่าฝ่าบาทจะเรียกพี่สาวเข้าปรนนิบัติจริงๆ หรือไม่?”
เสี่ยวฉีนึกถึงอะไรขึ้นได้จึงพลอยขมวดคิ้วไปด้วย “ไม่รู้” หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เจ้านายของเขาจะทำอย่างไรเล่า? ยามนี้เซ่อเจิ้งอ๋องเดินทางไกลไปถึงหนานเจียง เขาจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นใ