นางกำนัลและขันทีที่รออยู่ในโถงหน้าของตำหนักซวี่หยางต่างเดินไปเดินมาอย่างร้อนรนราวกับมดที่เหยียบบนฝาหม้อร้อนๆ เมื่อเห็นหลินชิงเวยปรากฏตัวขึ้น จึงมีท่าทีราวกับเห็นพระมาโปรดมาก็ไม่ปาน รีบก้าวเข้ามารายงานเสียงเบา “เจาอี๋เหนียงเหนียงในที่สุดท่านก็มาแล้ว ท่านรีบเข้าไปกับบ่าวเถิด ฝ่าบาท ฝ่าบาทพระองค์…”
หลินชิงเวยถาม “ฝ่าบาทเป็นอย่างไร?”
ขันทีผู้นั้นถอนหายใจ “บ่าวก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างล้วนดำเนินไปด้วยดีพระองค์กลับทรงพิโรธขึ้นมา ไม่ว่าผู้ใดล้วนเกลี้ยกล่อมไม่ได้ บ่าวรับใช้อยู่ในตำหนักซวี่หยางมาเนิ่นนานเช่นนี้ยังไม่เคยเห็นฝ่าบาททรงกริ้วถึงเพียงนี้มาก่อน!”
หลินชิงเวยนวดคลึงหว่างคิ้วของตนเอง “ไปเถิด ไปดูสักหน่อย” นางเดินอยู่ข้างหน้า ซินหรูติดตามมาข้างหลังอย่างระมัดระวัง หลินชิงเวยหันไปมองนางแล้วเลิกคิ้วไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
ซินหรูเอ่ยขึ้น “ข้าไปพร้อมกับพี่สาวนะเจ้าคะ”
หลินชิงเวย “ข้างนอกอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ เจ้าจะไปทำอันใดกัน? ไปเดินเล่นหรือ กลับไปนอนที่ห้อง”
ซินหรู “…เช่นนั้นข้าจะทิ้งโคมไฟไว้ พี่สาวรีบกลับมานะเจ้าคะ”
“รู้แล้ว” หลินชิงเวยรับคำโดยไม่หันกลับมาและเดินไปข้างหน้าพร้อม