กระชับเสื้อคลุมกันลมในมือ
คนของตำหนักซวี่หยางได้เตรียมเสลี่ยงมาด้วย ดังนั้นหลินชิงเวยจึงก้าวขึ้นไปนั่งบนเสลี่ยง ผู้ทำหน้าที่แบกเสลี่ยงนั้นเป็นคนร่างกายกำยำแข็งแรง เมื่อออกเดินด้วยความรวดเร็ว เพียงไม่นานก็มาถึง
บรรยากาศภายในตำหนักซวี่หยางแตกต่างจากที่ผ่านมา แม้โคมไฟภายในตำหนักจะสว่างไสว แต่ปราศจากกลิ่นอายมงคลก่อนหน้านี้ กลับดูแล้วให้ความรู้สึกอ้างว้างเย็นเยียบ
หลินชิงเวยเดินไปถึงหน้าประตูตำหนักบรรทมพลันมีเสียงคำรามของเซียวจิ่นดังออกมาจากข้างในว่า “ไสหัวไป–”
ต่อมาเป็นเสียงร่ำไห้ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ตรมของสตรี ขันทีในตำหนักต่างพากันหดหัว ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่กล้าก้าวเข้าไปไต่ถาม
หากเข้าไปแล้วเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้า ฝ่าบาททรงพิโรธขึ้นมา พวกเขาอาจจะรักษาศีรษะเอาไว้ไม่ได้
หลินชิงเวยยืนอยู่หน้าประตู นางเอ่ยปากพูดจาก่อนที่จะก้าวเข้าไป “หลินชิงเวยถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”
“ชิงเวย…ชิงเวย!” ข้างในเกิดเสียงโกลาหลขึ้นอีกครั้ง เพียงอึดใจเดียวเซียวจิ่นละทิ้งความว้าวุ่นใจ วิ่งมาถึงหน้าประตูแล้วเปิดประตูออก
หลินชิงเวยสวมเสื้อคลุมกันลมยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตู ลมหนาวและหิมะพัดหวีดหวิวอยู่เบื้องหลังนาง ราวกับความเหน็บหนาว