เบื้องนอกขับให้สตรีเบื้องหน้างดงามราวกับหยกสลักจากน้ำแข็งก็ไม่ปาน ส่งผลให้เซียวจิ่นไม่อาจละสายตาไปจากนางได้
แก้มของเขาแดงเรื่อ ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่ถูกทำให้มอดดับไปอย่างนั้นเอง
หลินชิงเวยก้าวข้ามธรณีประตูจึงเห็นสตรีที่อยู่ในตำหนักบรรทม เป็นจางซีอัน นางกำลังขดกายอยู่บนพื้นร่ำไห้กระซิกเสียงเบา เรือนกายขาวประดุจหิมะของนางเปลือยเปล่าอยู่ที่นั่น จับตาจับใจผู้คนยิ่งนัก
ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาจับจ้องจากด้านนอกประตู ทำให้จางซีอันรู้สึกอับอายอย่างที่สุด ร่างของนางจึงสั่นสะท้านขึ้นอีกสองส่วน
หลินชิงเวยลอบขมวดคิ้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้นเพคะ?”
เซียวจิ่นตวัดสายตาหันไปมองจางซีอันด้วยแววตารังเกียจแวบหนึ่งแล้วพูดเสียงเย็น “คืนนี้เจิ้นไม่ต้องการให้ผู้ใดมาปรนนิบัติ เจ้ากลับไปเถิด”
ทว่าจางซีอันถูกห่อตัวด้วยผ้าห่มแล้วแบกเข้ามาในตำหนักซวี่หยาง นางที่อยู่ในผ้าห่มผืนนั้นไม่ได้สวมอาภรณ์สักชิ้น ยามนี้ต่อให้นางต้องการจะออกไปจากที่นี่แล้วนางจะไปที่ใดได้?
หลินชิงเวยหันไปสั่งนางกำนัล “ยังไม่รีบไปหยิบอาภรณ์มาชุดหนึ่งอีก”
นางกำนัลได้ยินเช่นนั้นจึงกระวีกระวาดไปหยิบอาภรณ์มาชุดหนึ่ง หลินชิงเวยเข้าไปด้วยตนเอง