และประคองจางซีอันขึ้นมา พานางไปแต่งตัวให้เรียบร้อยข้างหลังฉากกันลม เห็นนางร่ำไห้อย่างน่าเวทนา หลินชิงเวยปลดเสื้อคลุมกันลมบนร่างของตนที่มีไออุ่นของตนอยู่คลุมลงบนร่างของจางซีอัน
ร่างของจางซีอันสั่นสะท้าน นางยอบกายพูดกับหลินชิงเวย “ซีอันขอบพระทัยหลินเจาอี๋ที่เมตตาเสื้อคลุมเพคะ” ก่อนหน้าที่จางซีอันจะเข้ามาถวายตัวปรนนิบัติ นางได้รับแต่งตั้งเป็นพระสนมขั้นเฟยแล้ว หากว่ากันตามศักดิ์ฐานะแล้วตำแหน่งของนางสูงกว่าหลินชิงเวยขั้นหนึ่ง เพียงแต่ยามนี้ไหนเลยจะมีกะจิตกะใจมาคิดเรื่องเหล่านี้
หลินชิงเวยพูดเรียบๆ “คืนนี้เจ้ากลับไปก่อนเถิด”
จางซีอันพยักหน้า เดินออกมาจากฉากกันลมทั้งน้ำตาคลอเบ้า นางเดินเหินบอบบางราวกับกิ่งหลิวต้องลม อรชรแช่มช้อย ท่ามกลางสายลมอันหนาวเหน็บ หลินชิงเวยมองแล้วกลับไม่กระจ่างแจ้งว่าเหตุใดเซียวจิ่นจึงได้โมโหโกรธาเยี่ยงนี้
นางหันกลับมามองเซียวจิ่นอีกครั้ง เห็นเซียวจิ่นสวมเสื้อสีขาวทั้งชุด ปกคอเสื้อดูยับย่น เขามองจางซีอันเดินออกไปด้วยแววตาเย็นเยียบ นางกำนัลและขันทีด้านนอกรีบปิดประตูตำหนักบรรทม
หลินชิงเวย “ฝ่าบาททรงเป็นอะไรเพคะ? นางทำให้พระองค์ทรงกริ้วหรือ”
เซียวจิ่นจะแสดงความในใจออกม