รั้งตัวนางเอาไว้ เมื่อหลินชิงเวยหยิบเสื้อคลุมกันลมออกจากฉากกันลม สายตาของเขาตกอยู่บนร่างของหลินชิงเวยราวกับสัตว์ตัวน้อยอาลัยรักในตัวมารดาไม่อยากแยกจากกันอย่างไรอย่างนั้น
ทว่าเขาไม่อาจเอ่ยปากออกมาได้ เรื่องที่ลับของเขาให้หลินชิงเวยล่วงรู้แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
หลินชิงเวยหันกลับมายิ้มให้เซียวจิ่น “ฝ่าบาทพักผ่อนเถิดเพคะ ค่อยๆ เรียนรู้ด้วยตนเอง หลังจากวันพรุ่งนี้ทรงเรียกนางสนมมาปรนนิบัติได้แล้ว หม่อมฉันกลับไปก่อนเพคะ”
“ได้…”
เมื่อหลินชิงเวยเดินออกจากตำหนักบรรทมยังหันกายกลับมาปิดประตูให้เซียวจิ่น
เซียวจิ่นคาดว่านางคงเดินไปไกลแล้ว ภายในตำหนักบรรทมเหลือเพียงความเงียบสงบ เซียวจิ่นค้ำฝ่ามือลงบนโต๊ะหอบหายใจเล็กน้อย เหงื่อบนหน้าผากผุดขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ
เขารู้สึกร้อนเหลือเกิน จึงปลดอาภรณ์เดินไปยังเตียงนอนของตน พยายามที่จะไม่คิดเรื่องราวในค่ำคืนนี้
เซียวจิ่นพยายามข่มจิตใจให้สงบลง ไม่ไปคิดถึงเนื้อหาในตำราวังวสันต์ ไม่รู้นอนหลับไปเมื่อใด
กระทั่งกลางดึกราวกับเขาฝันไปตื่นหนึ่ง ในฝันเขาพบหลินชิงเวย นางสวมกระโปรงสีเขียวอ่อนทั้งชุด ชายกระโปรงถูกลมพัดปลิวพลิ้วขึ้นมา เส้นผมดำขลับที่แผ่คลุมหัวไห