นี่ไม่ใช่เรื่องน่าเอ่ยถึงอันใดและไม่อาจแพร่งพรายออกไปได้ ในเมื่อบรรดานางสนมในตำหนักในล้วนตั้งตารอคอยอยู่ เซียวจิ่นจะสามารถสืบทอดทายาทได้ในวันหน้า ดังนั้นนี่ถือเป็นเรื่องสำคัญของตำหนักใน ไม่อาจไม่ให้หลินชิงเวยมาตรวจดูชีพจรในยามกลางดึก
แล้วยังได้ยินขันทีวัยชราของตำหนักซวี่หยางเอ่ยกล่าวอ้างถึงอดีตฮ่องเต้ในกาลก่อนว่าแต่งสนมเข้ามา ร่วมหอ และให้กำเนิดทายาทเพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูลอย่างไร ฮ่องเต้องค์ใดมีสนมในตำหนักมากน้อยแค่ไหนและสงบสุขเพียงใด อย่างไรแตกต่างจากยามนี้ที่ไม่มีทายาทแม้แต่คนเดียว
เมื่อหลินชิงเวยได้ยินแล้วถึงกับมุมปากกระตุก หัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก
เด็กในยามนี้ต่อให้เป็นผู้ใหญ่เร็วอย่างไร เซียวจิ่นอายุเพียงสิบสี่ปีเท่านั้น ยังคาดหวังให้เขาสืบทอดทายาท? อีกทั้งด้วยเหตุใดเมื่อเซียวจิ่นได้รับตำราวังวสันต์ที่กรมวังส่งไปแล้วเกิดความรู้สึกรังเกียจขยะแขยงและมีปฏิกิริยาต่อต้าน นั่นเป็นเพราะเขายังไม่มีความรู้พื้นฐานอันใดเลย
ก่อนที่กระบี่เยี่ยมยุทธ์จะออกจากฝัก ยังคงต้องผ่านการลับให้คมเสียก่อนกระมัง
ดังนั้นหลินชิงเวยจึงสะพายล่วมยาตามขันทีของตำหนักซวี่หยางกลางดึก ให้เซียวจิ่นเรียนรู้แต่เนิ่นๆ เมื่อ