ผ่านไอควันเป็นสายอย่างสงบนิ่ง นิ้วมือของเขาลูบไปขอบถ้วยน้ำชาและถามเสียงเบา “ชิงเวย เจ้ายังโมโหเจิ้นหรือ”
หลินชิงเวยช้อนตาขึ้นทว่ารอยยิ้มไปไม่ถึงดวงตา “ไหนเลยจะกล้าเพคะ ฝ่าบาททรงตรัสอะไรกัน”
เซียวจิ่นพูดเสียงขื่น “เจิ้นรู้ดี แต่ให้โอกาสเจิ้นอีกครั้ง เจิ้นยังคงขัดขวางเจ้าอย่างไม่ลังเล” รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขาโดดเดี่ยวและอ่อนโยน “เสด็จอายังคงเข้าใจเจ้า เมื่อเขาจะออกเดินทางได้กำชับเจิ้นให้ดูแลเจ้าให้ดี ไม่ให้เจ้าทำเรื่องหุนหันพลันแล่น”
หลินชิงเวยตกตะลึง เป็นเซียวเยี่ยนกำชับเขาเอาไว้? เซียวเยี่ยนเป็นคนมีแผนการเช่นนี้จริงๆ
เซียวจิ่นพูดอีกว่า “เรื่องที่เสด็จอาคาดเดาเอาไว้มักจะถูกต้องเสมอ หากเจิ้นประมาทเลินเล่ออีกสักนิด ย่อมต้องถูกเจ้าวางกับดักเสียแล้ว”
เขาทอดถอนใจ “ต่อให้วังหลวงแห่งนี้จะไม่ดีอย่างไร เจ้าจะไม่ชอบอย่างไร ก็ต้องอดทนอดกลั้นรอเขากลับมา”
หลินชิงเวยหลุบตาลงไม่ยอมรับหรือปฏิเสธ
“ชิงเวย แม้เจ้าจะเคยออกไปนอกวังสองหน แต่เจ้าถือกำเนิดมาเป็นบุตรสาวสายตรงของจวนมหาเสนาบดี เป็นคุณหนูพันชั่ง เจ้าเคยออกนอกเมืองหลวงหรือไม่? เจิ้นรู้ว่าเจ้าเป็นห่วงเขา ทันทีที่เจ้าออกจากเมืองหลวงแล้วรู้หรือไม่ว่าจะเดินทางอย่างไ