่ของเขายังมีไอเย็นของรัตติกาลหลงเหลืออยู่ เส้นผมสีดำขลับที่สายลงบนอาภรณ์สีม่วงของเขาล้วนเย็นเยียบ งดงามประดุจภาพวาดภาพหนึ่ง
หลินชิงเวย “ท่านคงไม่ได้มาเอาผิดกับข้าด้วยเรื่องเมื่อกลางวันกระมัง” ไม่รอให้เซียวเยี่ยนถามไถ่ นางเอ่ยปากขึ้นก่อน “ข้ารู้ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาข้าย่อมรับผิดชอบไม่ไหว ถึงเวลานั้นท่านคงมีกระทั่งความคิดที่จะสังหารข้ากระมัง ดังนั้นข้ามิใช่ให้ไป๋เสวี่ยไปส่งข่าวให้ท่านหรือไร”
เซียวเยี่ยนไม่ได้พูดจา เขาเพียงแต่มองนางนิ่งๆ นัยน์ตาดำขลับของดวงตาเรียวรูปหงส์โค้งราวกับทางช้างเผือก นิ่งลึกไร้ขอบเขต
หลินชิงเวยอดที่จะลูบใบหน้าของตนไม่ได้ “บนหน้าข้ามีอะไรหรือ?”
น้ำเสียงของเซียวเยี่ยนก้องกังวานรื่นหูหาใดเปรียบ “ต่อไปอย่าทำร่วมทำเรื่องเลอะเลือนกับฝ่าบาทอีก” หยุดไปครู่หนึ่งเขาพูดอีกว่า “ระยะนี้เจ้าอยู่ในวังหลวงต้องระมัดระวังให้มาก แม้ไทเฮาจะถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนักคุนเหอ บัดนี้ในวังหลวงมีผู้คนมากมายอย่าได้ประมาท ทางด้านฝ่าบาทเจ้าควรจะรู้หนักรู้เบา ยังมีอีก หากเกิดอันตรายขึ้น ต้องหาเซียวฉีทันที”
หลินชิงเวยตกตะลึง พูดยิ้มๆ ด้วยความหลากใจ “ไฉนฟังคำพูดของท่านแล้วไม่เหมือนมาเอาผิด แต่