กลับเหมือนจะมาร่ำลา”
“อืม” เซียวเยี่ยน “เปิ่นหวางต้องออกจากเมืองหลวงสักเที่ยว”
“เหตุใดเล่า?” หลินชิงเวยหัวใจหนักอึ้ง
“ใกล้ปีใหม่แล้ว ในเมืองซั่งจิงสงบสุขเกินไป แต่ทางด้านหนานเจียงมีภัยธรรมชาติจากหิมะและอากาศแห้งแล้ง ราชสำนักเจียดเงินช่วยเหลือลงไปเปิ่นหวางไม่อาจไม่ลงใต้ด้วยตนเอง”
“ง่ายดายเช่นนี้จริงๆ หรือ”
“อืม”
หลินชิงเวยหรี่ตาลงมองท่าทีสงบนิ่งของเซียวเยี่ยนแล้วรู้สึกโกรธขึ้งอย่างไม่รู้ตัว นางเดินเข้าไปใกล้เขาและพูดว่า “ข้าว่านะเซียวเยี่ยน ตกลงท่านเป็นเซ่อเจิ้งอ๋องของราชสำนักยังต้องออกไปตรากตรำทำงานเหนื่อยยากทั่วแคว้น ราชสำนักใหญ่เพียงนี้ นอกจากท่านแล้วไม่มีใครสักคนรับผิดชอบได้เลยหรือ?” เซียวเยี่ยนก้มหน้าลงมองนางเงียบๆ นางหลุบตาลงเนิ่นนาน พูดเสียงเบาว่า “ต้าเซี่ยขาดท่านแค่คนเดียวแล้วฟ้าจะถล่มลงมา ข้าไม่เชื่อ มีเรื่องใดที่ท่านต้องเดินทางไปหนานเจียงให้ได้ อวิ๋นหนานอ๋องหรือ?”
เซียวเยี่ยนรู้ดีว่าไม่ว่าเรื่องใดล้วนมิอาจปิดบังนางได้ “เรื่องภัยธรรมชาติเป็นเรื่องรองลงมา เรื่องสำคัญคือเรื่องที่ทางใต้รวมกำลังไพร่พลนับหมื่นไม่รู้ร่องรอย ยามนี้ได้เบาะแสมาบ้างแล้ว”
หลินชิงเวยจนด้วยคำพูด นางรู้ว่าเรื่องนี้