นางพลันกระจ่างแจ้ง เซียวจิ่นมีความมั่นใจถึงเพียงนี้ ยามนี้เขาทำตัวสบายเช่นนั้นแสดงว่าเขายังได้เตรียมคนคุ้มกันในที่ลับ เขาไม่ได้พาคนมาเพียงแค่ท่อนไม้สี่ท่อนด้านนอกเท่านั้น
เมื่อละครชูโรงกำลังจะเริ่มแสดง หลินชิงเวยเห็นคณะดนตรีกำลังเตรียมตัวบรรเลงแล้ว นางพลันลุกขึ้นกล่าวว่า “คุณชาย ข้าขอตัวสักครู่”
เซียวจิ่น “เป็นอะไรไป? เจิ้นจะไปเป็นเพื่อนเจ้า”
หลินชิงเวยกะพริบตาปริบๆ ใส่เขา “คนเรามีเรื่องเร่งด่วนสามเรื่อง ท่านแจ่มแจ้งดี”
เซียวจิ่นเข้าใจความหมายจึงหน้าแดงทันที “เช่นนั้นเจ้ารีบไปรีบมา”
หลินชิงเวยเดินออกไปวนอยู่รอบๆ ชั้นสอง นอกจากดวงตาคู่นั้นของเซียวจิ่นแล้ว นางยังรับรู้ได้ว่ายังมีสายตาอีกคู่หนึ่งมองตามตนอยู่
เมื่อนางเดินผ่านโต๊ะลูกค้าคนหนึ่ง เห็นบุรุษผมเผ้าหน้าตามันเยิ้มผู้หนึ่งกำลังโอบซ้ายกอดขวาสตรีเอาไว้ ดูท่าแล้วน่าจะพาอนุในเรือนมาดูละคร หลินชิงเวยบังเกิดความคิดบางอย่างขึ้น จึงทำทีเหมือนไม่เจตนาเดินสะดุดขาที่บุรุษผู้นั้นยื่นออกมา นางส่งเสียงร้องด้วยความตกใจเกือบจะล้มลงไป
หลินชิงเวยเอามือกุมอกหอบหายใจสองครั้ง
บุรุษผู้นั้นช้อนตาขึ้นมามองว่าเกิดอะไรขึ้นตามความคาดหมาย เดิมทีใบหน้านั้นเต็มไปด้วยโทส