ะกำลังคิดจะด่าทอผู้คน แต่เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นเห็นรูปโฉมของหลินชิงเวยพลันมีสีหน้าตื่นตะลึงพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง
หลินชิงเวยรีบกล่าวขอโทษขอโพยอย่างรู้สึกผิด “ขออภัยนายท่านท่านนี้ ข้าเดินไม่ทันระวัง…”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” บุรุษผู้นั้นพูดแล้วยื่นมือออกมาหมายจะประคองหลินชิงเวย ดวงตาเป็นประกายวาบ “แม่นางน้อย เจ้าหกล้มหรือไม่?”
หลินชิงเวยก้าวถอยหลังออกมาสองก้าวด้วยสีหน้าประหม่า ทำให้บุรุษผู้นั้นมองเห็นแล้วยิ่งบังเกิดความกล้าเดินเข้ามาอีกสองก้าว “รีบมาให้ข้าดูหน่อย เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นบอบบางเยี่ยงนี้ล้มลงที่ไหนหรือไม่?”
หลินชิงเวย “ขอนายท่านให้เกียรติด้วย”
ยิ่งหลินชิงเวยมีท่าทีน่าเวทนาเท่าใด อีกฝ่ายยิ่งใจกล้าเท่านั้น จึงยื่นไม้ยื่นมือออกมาจะแตะต้องสัมผัสหลินชิงเวย ทว่าเขายังไม่ทันได้แตะต้องหลินชิงเวยพลันมีเงาร่างสีดำร่างหนึ่งพาดผ่านเข้ามาจับมือของบุรุษกักขฬะผู้นั้นไว้ทันใด ดูท่าแล้วไม่ได้ใช้เรี่ยวแรงอันใด แต่บุรุษผู้นั้นส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
คนชุดดำผู้นี้หลินชิงเวยไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่หลินชิงเวยกลับเชื่อว่าผู้ที่สะกดรอยตามนางมาก็คือหนุ่มน้อยเย็นชาคนนี้
ชายหนุ่มผู้นี้จับมือของบุรุษ