ไปเดินๆ ในตำหนักในสักหน่อย บรรดานางสนมชุดใหม่ที่เพิ่งเข้ามาฝ่าบาทยังไม่ได้เรียกตัวเข้าเฝ้าเลยนะเพคะ”
ดวงตาของเซียวจิ่นโค้งลง “ชิงเวย เจ้าคงไม่ได้กลัวเสด็จอากระมัง?”
หลินชิงเวย “หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับฝ่าบาท เสด็จอาคงต้องถลกหนังหม่อมฉันกระมัง”
“ไม่เป็นไร มีเจิ้นอยู่ เขาไม่ถลกหนังเจ้าหรอก” เซียวจิ่นมองการแต่งกายของหลินชิงเวยแล้วรอยยิ้มกดลึกยิ่งขึ้น “ดูการแต่งกายสีเรียบง่ายในยามปกติของเจ้าแล้ว จะอยู่นอกวังหรือในวังล้วนไม่แตกต่าง” เขาสาวเท้าเดินเข้ามาหลินชิงเวย “ไปเถิด รถม้ารออยู่ด้านนอกแล้ว”
“นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพคะ ฝ่าบาทไม่บอกกับเสด็จอาสักหน่อยหรือเพคะ? ถ้าหาก...”
“ไม่ต้อง” เซียวจิ่นเดินออกนอกประตูไปอาภรณ์สีขาวปลิวพลิ้ว “ในเมื่อเจิ้นต้องการออกจากวัง ย่อมต้องเตรียมการเรื่องความปลอดภัยไว้แล้ว ชิงเวยเจ้าวางใจเถิด ลำพังแค่พาเจ้าออกไปด้วยเจิ้นย่อมไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเจ้า”
เซียวจิ่นพูดอย่างผู้เตรียมการรอบคอบ หลินชิงเวยมุมปากกระตุกคิดในใจว่าเซียวจิ่นผู้นี้มิได้เป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือน้ำเสียงในการพูดจา ล้วนไม่เหมือนผู้ที่อ่อนวัยกว่านางถึงสามปี แต่เป็นผู้