ยข้าก็แล้วกัน หาไม่แล้วข้าจะบินไปให้ไกลไม่กลับมาอีก”
“เช่นนั้นเปิ่นหวางชิงชังที่ไม่อาจหักปีกของเจ้าได้”
หลินชิงเวยคิดในใจ แม้ว่าจะเจ็บอยู่สักหน่อย แต่หากบุรุษผู้ที่หักปีกของนางเป็นเซียวเยี่ยนแล้วละก็ นางยินดีรั้งอยู่ต่อเพื่อเขา หลินชิงเวยไม่ได้พูดอันใด เห็นเพียงแต่รอยยิ้มอ่อนโยนสว่างเจิดจ้าอย่างที่สุด
แสงด้านนอกหน้าต่างเริ่มมืดลง ดูเหมือนกำลังจะมีหิมะตกลงมาอีกระลอกหนึ่ง
นางพักผ่อนอยู่ในอ้อมกอดของเซียวเยี่ยนอย่างสิ้นเรี่ยวแรง รู้สึกเหนื่อยล้ายิ่งยวด เพียงแค่หลับตาลงก็สามารถเข้าสู่ห้วงนิทราได้ทันที
แต่ที่นี่คือตำหนักซวี่หยาง นางยังต้องกลับไปตำหนักของตน
แต่หลินชิงเวยไม่อาจกลับไปเช่นนี้ ไม่ว่าข้างนอกจะเงียบสงบเพียงใด นางกำนัลทั้งหมดล้วนไปที่อื่น แต่ระหว่างทางนางต้องพบกับนางกำนัลของตำหนักซวี่หยาง สภาพของนางในยามนี้มิใช่ทำให้ผู้อื่นคิดนอกลู่นอกทางแล้วจะเป็นอะไรได้
“อีกประเดี๋ยวฟ้ามืดแล้ว เปิ่นหวางส่งเจ้ากลับไป”
หลินชิงเวยกอดไหล่ของเซียวเยี่ยนอย่างเกียจคร้าน เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงยิ้มจนดวงตาทั้งคู่ยิบหยี พูดอย่างเกียจคร้านว่า “ความหมายก็คือยามนี้ยังมีเวลาให้พวกเราอยู่ด้วยกันอีกมาก”
เซียวเยี่ยน