กลั้น
หลินชิงเวยหรี่ตาลงเก็บสิ่งของขึ้นมา “ฝ่าบาททำการค้าเก่งเหลือเกิน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันไม่เกรงใจแล้วเพคะ”
เซียวจิ่นยิ้มบางๆ “นี่เป็นสิ่งที่เจ้าควรได้รับ เช่นนั้นระยะนี้เรื่องของตำหนักในต้องรบกวนให้เจ้าดูแลจัดการแล้ว”
หลินชิงเวยพูดด้วยสีหน้าอึมครึม “ฝ่าบาทตรัสอันใดกันเพคะ ในเมื่ออยู่ในหน้าที่แล้วย่อมต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อีกทั้งยังรับค่าเหนื่อยจากฝ่าบาท ย่อมต้องทำงานให้ฝ่าบาทพอพระทัยจึงจะถูกต้องเพคะ”
อาหารมื้อเย็นในเวลาต่อมา ทั้งสามคนจึงร่วมกินอาหารอย่างมีความสุข
ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่า หลินชิงเวยทำงานมีศักยภาพปานใด และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเพียงใด
ผ่านไปไม่กี่วัน ข่าวเรื่องการคัดเลือกสาวงามของตำหนักในก็แพร่สะพัดออกไป บรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนักล้วนตื่นตัวต่อเรื่องนี้อย่างยิ่งยวด ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่เอ่ยถึงเรื่องการแต่งสนมเข้ามาเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ฝ่าบาท บรรดาขุนนางแต่ละคนล้วนมีสีหน้าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง แต่ยามนี้ไม่เหมือนกัน ยามนี้สุขภาพพระพลานามัยของฝ่าบาทแข็งแรงดียิ่ง ขาที่พิการหายขาดแล้ว ย่อมเป็นหนุ่มน้อยสุขภาพแข็งแรงคนหนึ่ง
ดังนั้นบรรดาขุนนางจึงเริ่มเปิดคัม