ลงอย่างรวดเร็วเป็นแน่
ไทเฮาให้หมอหลวงตรวจดูชีพจรบริเวณหน้าท้องของนางก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ สุดท้ายไทเฮาได้แต่บันดาลโทสะสั่งโบยหมอหลวงทั้งหมด ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในตำหนักในจนหาความสงบสุขไม่ได้
เมื่อไทเฮาอยู่ในตำหนักบรรทม สิ่งของที่ยกขึ้นทุ่มได้นางล้วนทุ่มลงบนพื้นให้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นางกำนัลผู้ทำหน้าที่สางผมให้นางในยามเช้าตรู่ถูกนางสั่งให้ลากตัวออกไปโบยจนตาย ทันทีที่นางอารมณ์หงุดหงิดก็เหมือนเปลวไฟที่พ่นออกมาได้อย่างไรอย่างนั้น แทบจะฉุดรั้งเอาไว้ไม่อยู่ ใจร้อน หงุดหงิดโมโหง่าย นับเป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งของนาง
ไทเฮาหอบหายใจด้วยความโกรธแค้นเดือดดาล นางโน้มกายฟุบลงไปบนโต๊ะที่คลุมด้วยผ้าแพร เอียงศีรษะมองหน้าตาของตนผ่านกระจกสำริดจากโต๊ะประทินโฉม เส้นผมของนางยุ่งเหยิง ปิ่นปักผมบิดเบี้ยวกระจัดกระจาย รอยกระฝ้าบนใบหน้าชัดเจนเยี่ยงนี้ รูปโฉมของสตรีในกระจกสำริดไยจึงแปลกหน้าเช่นนั้น ไหนเลยจะใช่รูปโฉมอันงดงามของนางก่อนหน้านี้ นางแทบจะจำตนเองไม่ได้อยู่แล้ว นางรู้สึกเพียงว่าสตรีในกระจกสำริดนางนี้เป็นคนหน้าตาอัปลักษณ์และน่ารังเกียจที่สุด ไทเฮาเอามือปิดใบหน้าของตนเองแล้วร้องตะโกนออกมาด้วยความปวดใจเจียนคลั่ง นางพูดเสียงแหลมว่า “เปิ่นกงต้องการพบคนต่ำช้าผู้นั้น! เปิ่นกงต้องการพบคนต่ำช้าผู้นั้นเดี๋ยวนี้!”
หลินชิงเวยอยู่ในตำหนักของตน แม้ว่านางจะสวมอาภรณ์เพิ่มขึ้นอีกชั้นด้วยสภาพอากาศที่เป