นยามกลางดึก เดิมทีควรจะเป็นฤดูสารทที่อากาศเย็นสบาย ทว่ากลับกลายเป็นหนาวเหน็บขึ้นมา ทัศนียภาพเบื้องหน้าหลินชิงเวยไม่ว่าจะเป็นพื้นในลานเรือนหรือในสวนสมุนไพรล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความชุ่มชื้น
ฤดูสารทไม่อาจเทียบฤดูคิมหันต์ หลังจากฝนตกผ่านไปไม่อาจกลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็วได้
หลินชิงเวยนั่งอยู่บนระเบียงทางเดิน มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้เนิ่นนาน นางสวมอาภรณ์เนื้อบางเบา รอบกายรับรู้ได้ถึงความหนาวเย็นของฤดูสารท กระทั่งท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง นางพบว่าจิตใจของนางสงบนิ่งดุจวารี ไม่เกิดคลื่นกระทบอันใด
แต่จิตใจของนางในยามนี้ไม่ได้ว่างเปล่าวูบโหวงอีกแล้ว มันกลับเป็นสุขและสงบ ด้วยก่อนหน้านี้ตนเองล้วนอยู่ตัวคนเดียว ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ในใจของนางมีคนอีกคนหนึ่ง และหลังจากผ่านเรื่องราวเมื่อคืนนี้ บุรุษผู้นั้นได้ฝังรากลึกลงในใจของนางเสียแล้ว
ต่อมามีเงาร่างสายหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจากด้านนอกเรือน หลินชิงเวยเห็นแล้วจำได้ทันที นั่นไม่ใช่ซินหรูหรอกหรือ ซินหรูเข้ามาแล้วเงยหน้าเห็นนาง “พี่สาว ท่านตื่นตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ? กินข้าวแล้วหรือไม่?”
หลินชิงเวยครุ่นคิด ไม่รู้ว่าซินหรูรู้อะไรมากน้อยเพียงใด สำหรับนางที่ยังอยู่ในวัยเด็กสาวการรู้มากเกินไปย่อมไม่ใช่เรื่องดี
หลินชิงเวยถาม “เจ้าไปไหนมาเล่า?”
ซินหรู “ข้าไปตำหนักซวี่หยางเจ้าค่ะ วันนี้ถูกเสี่ยวฉีเรียกไปตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อข้าออกไปเห็นพี่สาวนอนหลับยังไม่ตื