่นจึงไม่ได้รบกวนพี่สาวเจ้าค่ะ ข้าหงุดหงิดจะแย่แล้ว วันนี้ไปตำหนักซวี่หยางก็ไม่มีเรื่องอันใดให้ทำ แต่เสี่ยวฉีเหมือนคนคลุ้มคลั่งคอยแต่จะหาเรื่องเล็กเรื่องน้อยให้ข้าทำอยู่เรื่อยเจ้าค่ะ ดังนั้นจึงทำให้เสียเวลาจนฟ้ามืดถึงกลับมา เขาคงจงใจกระมัง จงใจที่จะไม่ให้ข้ามีเวลาว่างกลับมาอยู่กับพี่สาวเจ้าค่ะ”
…เขาจงใจนั่นแหละ
หลินชิงเวยรู้อยู่แก่ใจ น่าจะเป็นคำสั่งของเซียวเยี่ยนที่ให้เสี่ยวฉีทำเช่นนั้น หากซินหรูรั้งอยู่ในเรือนย่อมต้องพบว่านางผิดปกติเป็นแน่
หลินชิงเวยคิดแล้วหัวใจอ่อนยวบยาบไปหมด เช่นนั้นผู้ใดเป็นคนจัดเตรียมน้ำร้อนสำหรับอาบ? คนในตำหนักฉางเหยี่ยนไม่รู้ว่านางกลับมาเมื่อใดและจะตื่นขึ้นเมื่อใด เป็นเซียวเยี่ยนแอบเข้ามาตระเตรียมไว้หรือ เขาคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่านางจะตื่นขึ้นมาในเวลานี้?
ซินหรูก้าวเข้ามา “พี่สาว เมื่อคืนฝนตกหนักเจ้าค่ะ อากาศเย็นลงแล้ว ท่านไฉนจึงสวมเสื้อผ้าน้อยเช่นนี้เล่า ระวังต้องลมเย็นนะเจ้าคะ”
หลินชิงเวยทนซินหรูที่บ่นกระปอดกระแปดไม่ได้จึงลุกขึ้นอย่างเกียจคร้านแล้วเดินเข้าไปในเรือนสวมอาภรณ์เพิ่มอีกตัวหนึ่ง ซินหรูเห็นนางหยิบเสื้อมาสวมอีกตัวหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจนัก จังหวะที่นางสะบัดผมถูกสายตาอันแหลมคมของซินหรูสังเกตเห็นร่องรอยบนลำคอของนาง ซินหรูจึงอดที่จะถามขึ้นอย่างแปลกใจและเปรียบเทียบกับลำคอของตนว่า “พี่สาว คอของท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ไฉนจึงแดงเล่าเจ้าคะ”
หลินชิงเวยหน้าตาย “….