เป็นครั้งที่สอง ด้วยเขาได้ลิ้มลองรสชาติและสัมผัสแล้วว่ามันงดงามอย่างที่สุด
“หลินชิงเวย…”
ไม่รู้ว่าใต้หล้านี้ยังมีสตรีเช่นนางเป็นคนที่สองอีกหรือไม่ ที่โจมตีสติสัมปชัญญะของเซียวเยี่ยนให้พังครืนลงอย่างง่ายดาย
…….
ต่อมา ไม่รู้เป็นยามใด ท้องฟ้ามืดครึ้มเริ่มส่งเสียงคำราม เกิดปรากฏการณ์ฟ้าร้องฟ้าแลบหลายครั้ง ไม่นานหลังจากนั้นสายฝนในฤดูสารทก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก สายฝนไหลลงมาตามชายคาเรือนเป็นสาย ส่งผ่านความชุ่มชื้นกระจายตัวผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา ให้ความรู้สึกหนาวเย็นอย่างยิ่ง
โคมไฟแต่ละดวงใต้ชายคาเรือนไหวเอนไปมา โคมไฟถูกลมพัดจนมอดดับลงทีละดวงๆ
เซียวเยี่ยนพลันยกมือขึ้น พลังลมปราณสายหนึ่งพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเขาส่งผ่านไปยังโคมไฟในเรือนอย่างแม่นยำ โคมไฟภายในห้องดับลงทันที
ภายในห้องเหลือเพียงความมืดดำในชั่วอึดใจหนึ่ง หลินชิงเวยมองไปยังขอบหน้าต่างเห็นฟ้าผ่าเป็นพักๆ สายฟ้าแลบเป็นสาย ทำให้เกิดแสงสว่างในชั่วพริบตา นางมองใบหน้าด้านข้างและดวงตานิ่งลึกของเซียวเยี่ยน
หลินชิงเวยรู้ว่าเหตุใดเซียวเยี่ยนจึงดับโคมไฟ ด้วยอีกไม่นานจะมีนางกำนัลสองนางถือร่มมุ่งหน้ามาที่นี่ พวกนางสนทนากันเสียงเบาอยู่หน้าประตู
“เกิดฝนตกใหญ่กะทันหันเช่นนี้ โคมไฟใต้ชายคาเรือนล้วนถูกลมพัดดับหมด”
“พวกเรารีบจุดโคมเถิด หาไม่แล้วอีกประเดี๋ยวเซ่อเจิ้งอ๋องกลับมามองไม่เห็นทางจะทำอย่างไรเล่า?”
“คิกๆ เซ่อเจิ้งอ๋องเป็นใครกัน ไฉนจึงมองไม่เ