ไม่มีประโยชน์หากเสี่ยวฉีจะรั้งอยู่ที่นี่ รังแต่จะทำให้เจ้านายของเขาประดักประเดิด เขาได้ทำเต็มกำลังความสามารถแล้ว ที่เหลือคงต้องแล้วแต่วาสนาของท่านอ๋อง อีกทั้งต่อให้ท่านอ๋องถูกวางยาก็ยังเป็นคนที่มีสติสัมปชัญญะอย่างยิ่ง ย่อมไม่ต้องให้เขาไปเจ้ากี้เจ้าการ ดังนั้นเขาจึงไสหัวออกไปอย่างเชื่อฟัง
และไสหัวไปอย่างรวดเร็ว หายลับไม่เห็นแม้แต่เงาในชั่วพริบตา
ภายในเรือนเงียบสงบ บรรยากาศในนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกดดันอย่างเข้มข้น หลินชิงเวยยกมือขึ้นผลักประตูเข้าไป พลันได้ยินเสียงคำรามแหบต่ำลอยมาจากด้านใน “อย่าเข้ามา”
หัวใจของนางพลันหนักอึ้ง มือที่ผลักประตูเพียงชะงักเล็กน้อย ทว่าต่อมายังคงผลักบานประตูเข้าไปอย่างมิลังเล
“ข้าบอกเจ้าว่าอย่าเข้ามา!” น้ำเสียงของเซียวเยี่ยนเปี่ยมไปด้วยโทสะและส่งสัญญาณเตือน อีกทั้งยังปนเปได้ความรู้สึกคาดหวังและสั่นสะท้านที่ไม่แน่ใจนัก หรือกระทั่งเขาก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เขาจึงคำรามราวกับเป็นสัตว์ดุร้าย ปรารถนาจะใช้ความป่าเถื่อนของตนมาทำให้หลินชิงเวยตื่นตระหนกและออกไป
ทว่าในเมื่อหลินชิงเวยมาแล้ว ย่อมไม่มีความคิดจะหันหลังและถอยออกไป
ภายในห้องยุ่งเหยิงหาใดเปรียบ เซียวเยี่ยนหอบหายใจรุนแรง หลินชิงเวยมองเขาท่ามกลางความมืดราวกับเห็นแววตาคู่หนึ่งจับจ้องกวักมือเรียกให้นางเข้ามาในกรงขัง และเจ้าของนัยน์คู่นั้นยังพยายามควบคุมตนเองครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะไม่มองมา