ทางนาง
หลินชิงเวยลูบคลำทางเดินตามความทรงจำของตนภายใต้แสงของโคมไฟภายในห้อง กลิ่นอายภายในห้องดูเหมือนจะร้อนระอุกว่าด้านนอกถึงสองส่วน ด้วยภายในห้องมีบุรุษที่มีท่าทีราวกับอสูรร้ายตนหนึ่ง
หลินชิงเวยหันกายไปก็เห็นเซียวเยี่ยนทันที เขาเปียกไปครึ่งร่าง ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำ เขาแช่น้ำเย็นมาแล้ว แต่ไม่มีประโยชน์ไอเย็นบนร่างกายของเขาล้วนถูกความร้อนรุ่มภายในกายที่แทบจะลวกคนได้สลายไปเสียสิ้น เส้นผมเปียกชื้นแนบติดไปกับหัวไหล่ หยาดน้ำเป็นหยดๆ ยังคงไหลมาตามกรอบหน้าด้านข้าง
ยามนี้เซียวเยี่ยนกำลังนั่งขัดสมาธิ เขากำลังพยายามขับฤทธิ์ของยาออกจากร่างกายของตนทีละน้อย แต่เขาล้มเหลวทุกครั้ง ลมหายใจของเขาสับสนวุ่นวาย ทว่ากลับยังคงฝืนที่จะทำต่อไป
หลินชิงเวยใจเย็นอย่างยิ่ง “ท่านทำเช่นนี้ต่อไปไม่เพียงถอนพิษไม่ได้ ยังจะทำร้ายตัวท่านเองด้วย” นางสาวเท้าเข้าไปหาเซียวเยี่ยนทีละก้าวๆ
เซียวเยี่ยนหลับตาลงหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่งพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ข้าบอกแล้ว เจ้าอย่าเข้ามาจะดีที่สุด”
“กลัวว่าข้าจะเห็นท่าทางน่าอเนจอนาถของท่านหรือ” ระหว่างที่พูดนางก้าวมาหยุดเบื้องหน้าเซียวเยี่ยน กลิ่นหอมบริสุทธิ์ไม่เจือปนการปรุงแต่งใดๆ จากเรือนกายสาวน้อยกรุ่นกลิ่นกำจายออกมา ราวกับสายลมในฤดูวสันต์ที่พัดผ่านทุ่งดอกไม้บานสะพรั่งบนเทือกเขา ให้ความรู้สึกราวกับกิ่งหลิวเขียวชอุ่มที่อยู่ในบ่อน้ำสะอาด ส่งผลให้ไม่อาจละสายตาที่จะเข้าไปดื่มกินอย่างกระ