หายได้
ราวกับนาทีที่เขาสัมผัสกลิ่นอายจากเรือนกายของนาง เปลวเพลิงในร่างกายยิ่งโหมซัดรุนแรงขึ้นแทบจะแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขาให้มอดไหม้
นับตั้งแต่นาทีที่หลินชิงเวยยกมือขึ้นเตรียมผลักประตูเข้ามา ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลของเซียวเยี่ยนแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนไหวผิดธรรมดา เขารับรู้ได้ถึงเสียงสายลมที่พัดผ่านกระโปรงของนาง เขารับรู้ได้ถึงเสียงสั่นสะท้านขณะมือของนางแตะสัมผัสบานประตู เขายังรับรู้ได้กลิ่นหอมจรุงจางๆ จากเส้นผมของนาง
เขาพยายามที่จะควบคุมอสูรร้ายในใจของตนทางหนึ่ง อีกทางหนึ่งปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้นางเข้ามาใกล้ชิด เขาเหมือนคนสารเลวผู้หนึ่ง เสแสร้งแกล้งทำท่าทางให้น่าสงสาร รอให้เหยื่อของตนเข้ามาใกล้ๆ
เซียวเยี่ยนไม่อยากเป็นคนเลวเช่นนั้น
เขาหลับตาลงหายใจเข้าลึก และหลับตาลงอีก ไม่ปรารถนาที่จะประสานสายตากับหลินชิงเวย
หลินชิงเวยพูดอย่างสงบ “ท่านเคยเห็นข้าในสภาพน่าอเนจอนาถมาก่อน ดังนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า ท่านไม่จำเป็นต้องปิดบังอันใด” พูดแล้วนางก็ยกชายกระโปรงขึ้นนั่งยองๆ ลงข้างกายเซียวเยี่ยน ขอเพียงเซียวเยี่ยนลืมตาขึ้นก็จะมองเห็นนาง คิ้วตาซุกซนดื้อรั้นและป้องกันตนเองของนางในยามปกติ ยามนี้เต็มไปด้วยความปวดใจ หลินชิงเวยพยายามควบคุมอารมณ์ของตนให้มั่นคง นางยื่นมือออกไปกุมข้อมือของเซียวเยี่ยนเบาๆ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปลอบโยน “ให้ข้าดูหน่อย”
วินาทีที่ปลายนิ้วอันอบอุ่นสัมผัสกับข้อมือของเซียวเยี่ยน คนทั้