ไทเฮาทางหนึ่งดิ้นรนต่อสู้กรีดร้องเสียงแหลม อีกทางหนึ่งใช้ปลายเล็บอันแหลมคมนั้นข่วนไปมากลางอากาศ หลินชิงเวยรูปร่างปราดเปรียวคล่องแคล่วว่องไว นางไหนเลยจะเป็นคู่ต่อสู้ของหลินชิงเวย ตนเองถูกตบไปหลายฉาดทำให้มึนงง นางโมโหเสียจนพูดจายังติดขัด “หลินชิงเวย เจ้า เจ้าถึงกับกล้าตบตีเปิ่นกง!”
หลินชิงเวยจิกเส้นผมของไทเฮาขึ้นมา รอยยิ้มเย็นชาที่ปรากฏขึ้นในแววตาคมปลาบ “ไม่เพียงแต่กล้า ข้ายังจะจัดการเจ้า ยังเกรงว่าครั้งเดียวจะไม่อาจบรรเทาความเดือดดาลได้ นางปีศาจเฒ่า ข้าอดทนต่อเจ้ามานานแล้ว ครั้งที่แล้วเจ้าเป็นคนปล่อยเสือออกมาใช่หรือไม่ หืม?”
ไทเฮาได้ยินแล้วสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่นางมีชีวิตอยู่อย่างสูงศักดิ์มาตลอดชีวิต ไม่อาจยอมรับให้คนมาเหยียบย่ำเกียรติของตนได้ นางหัวเราะเสียงแหลม “ใช่แล้วอย่างไรเล่า ไฉนเสือตัวนั้นจึงไม่อาจฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ ได้ หาไม่แล้วเจ้าจะมีโอกาสมากำเริบเสิบสานกับเปิ่นกงหรือ?!”
หลินชิงเวยตบไทเฮาอีกฉาดจนฟุบลงกับพื้น นางมาถึงยุคสมัยนี้นานเช่นนี้ หัดเรียนรู้เหตุผลอีกประการหนึ่ง ทุบตีสตรีจะต้องตบหน้าให้จงหนัก
เมื่อก่อนเป็นนางที่ถูกนางปีศาจเฒ่าตนนี้ตบตีมิใช่น้อยหรือไร
หลินชิงเวย “เดิมทีข้าไม่อยากจะถือสาหาความกับเจ้า อย่างไรเจ้าก็เป็นคนชี้โพรงให้กระรอก เปิดโอกาสให้ข้าและเซียวเยี่ยน แต่ยามนี้ดูแล้วไม่ถือสาหาความกับเจ้ากลับกลายเป็นว่าข้าเกรงกลัวเจ้า” นางหรี่ตาลงเล็กน้อย สายตาน