ั้นทำให้คนหนาวเยือกไปถึงวิญญาณ “เจ้ากล้าวางยาเซ่อเจิ้งอ๋อง เช่นนั้นข้าคงได้แต่เอาคืนเจ้าด้วยการกระทำเดียวกัน”
เมื่อนางวิ่งเข้ามาไฉนจะไม่เห็นความผิดปกติของเซียวเยี่ยน นอกจากถูกวางยาแล้วจะเป็นเรื่องอื่นได้อย่างไร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของตนแล้ว ไทเฮาไม่เกี่ยงวิธีการ เคราะห์ดีที่นางมา หาไม่แล้วยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์ของคืนนี้จะเป็นเช่นไร
ยามนี้เสี่ยวฉีที่อยู่ด้านนอกพูดขึ้นอย่างร้อนใจ “เจาอี๋เหนียงเหนียง เซ่อเจิ้งอ๋องออกไปจากที่นี่แล้ว ท่านรีบออกมาเถิด”
หลินชิงเวยมองแก้มทั้งสองข้างของไทเฮาที่ทั้งแดงและบวมเป่ง จึงกล่าวกลั้วหัวเราะว่า “เจ้าตามเซ่อเจิ้งอ๋องไปก่อน อย่าให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นอีก เจ้าไม่ต้องห่วงที่นี่ อีกประเดี๋ยวข้าตามไป”
พูดแล้วหลินชิงเวยก็กดมือทั้งคู่ของไทเฮา ขึ้นคร่อมบนเอวของนางไม่ว่านางจะดิ้นรนต่อสู้อย่างไรล้วนไม่บังเกิดผลทั้งสิ้น ไทเฮาไม่คาดคิดมาก่อนว่าหลินชิงเวยรูปร่างเล็กดูเปราะบางเช่นนี้ เหตุใดจึงมีเรี่ยวแรงมหาศาล ไทเฮาพูดอย่างคลุ้มคลั่ง “หลินชิงเวย เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!”
หลินชิงเวยพูดอย่างเห็นขัน “ทำอันใด? ย่อมต้องให้บทเรียนแก่ท่านสักเล็กน้อย” ทันทีที่พูดจบ มืออีกข้างก็หยิบเข็มเงินออกมาสองเล่ม เข็มเงินนั้นส่องประกายวับวาวท่ามกลางแสงไฟ
เข็มเงินเป็นสิ่งของที่มีประโยชน์ยิ่ง โชคดีที่เมื่อสักครู่นางออกจากตำหนักฉางเหยี่ยนไม่ลืมที่จะหยิบอาวุธชนิดนี้ติดกายมาด้วย
ทันทีที