ยวเยี่ยนหอบหายใจระรัว ใช้ฝ่ามือค้ำยันกับกำแพงถามว่า “เหตุใดเจ้ายังไม่ไป?”
นางไหนเลยจะหักใจทิ้งเซียวเยี่ยนไปเช่นนี้ได้?
หลินชิงเวยพูดอย่างสงบนิ่ง “ท่านไม่ยินยอมให้ข้าหาหญิงอื่นมาให้ ดูแล้วมีเพียงข้าต้องใช้ตนเองลองดูแล้ว อีกทั้งต่อให้ท่านยินยอมให้หาหญิงอื่นมาข้าก็ไม่อนุญาต ท่านคิดเสียว่าคืนนี้ข้าเป็นคนเลวที่ฉวยโอกาสขณะที่ผู้อื่นตกอยู่ในสถานการณ์เพลี่ยงพล้ำก็แล้วกัน”
หลินชิงเวยโน้มกายลงมาโอบกอดเขาเบาๆ
ฝ่ามือร้อนราวกับไฟลวกของเซียวเยี่ยนประทับลงบนช่วงเอวของหลินชิงเวย ยิ่งเขาคิดจะผลักนางออกเท่าใดกลับพบว่าตนเองหักใจไม่ได้ยิ่งกว่า เขาจึงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างสิ้นความอดทนว่า “หลินชิงเวย เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังทำอันใดอยู่?”
“ข้าย่อมรู้ดี” หลินชิงเวยถามเขา
เขาเงียบขรึมไม่พูดจา
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาปรารถนาทำทีราวกับไม่เคยมีเรื่องใดเกิดขึ้น ทำเช่นนั้นย่อมดีต่อทั้งสองฝ่าย ทว่าบนโลกใบนี้ยังไม่มีสตรีเฉกเช่นหลินชิงเวย กล้าทำกล้าพูด ดื้อรั้นไม่เลิกรา เขาคิดว่าต่อมานางไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก เพราะนางปล่อยวางได้แล้ว ทว่าเรื่องนั้นกลับตกผลึกอยู่ในจิตใจของคนทั้งสอง ไฉนเลยจะปล่อยวางได้เล่า นางทำไม่ได้ เขาเองก็ทำไม่ได้เช่นกัน
ที่เขาปฏิเสธไม่ยอมรับทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพียงแค่การหลอกตัวเองเท่านั้น
หลินชิงเวย… เขาควรปฏิบัติต่อนางอย่างไรดี? ทั้งๆ ที่รู้ว่าผิด…หลังจากทำผิดไปแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมง่ายดายที่จะทำผิด