่อนหน้านี้เปิ่นกงเชิญท่านมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หนล้วนถูกท่านปฏิเสธสิ้น วันนี้ได้ยินว่าเปิ่นกงจะพูดคุยเรื่องหลินเจาอี๋ ดังนั้นท่านจึงมากระมัง”
ตั้งแต่เซียวเยี่ยนเดินเข้ามาในตำหนักคุนเหอก็รู้ทันทีว่าหลินชิงเวยไม่ได้อยู่ที่นี่ นี่เป็นเพียงข้ออ้างของไทเฮาเท่านั้น แต่เขายังคงเลือกที่จะมา เขามองไทเฮานั่งลงข้างโต๊ะด้วยสายตาเย็นชา “เปิ่นหวางมีเรื่องจะพูดคุยกับไทเฮาให้กระจ่างแจ้งเช่นกัน ขาทั้งคู่ของฝ่าบาทหายดีแล้ว รอให้เขาสามารถเผชิญหน้ากับทุกเรื่องได้โดยลำพังแล้ว เปิ่นหวางจะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับอดีตฮ่องเต้ด้วยการคืนอำนาจให้กับฮ่องเต้ ไทเฮายังคงเป็นไทเฮา มารดาของแผ่นดิน แต่ในระยะเวลานี้ หากไทเฮายังกล้าแตะต้องหลินเจาอี๋” เขาหรี่ตาลง “ก็อย่าได้กล่าวโทษว่าเปิ่นหวางไม่เกรงใจเจ้า”
“หลินชิงเวย” เล็บของไทเฮาจิกลงบนผ้าแพรบนโต๊ะ สีหน้าเต็มไปด้วยโทสะ “ทุกครั้งล้วนเป็นหลินชิงเวย! ท่านยอมมาที่นี่ก็เพียงเพราะต้องการพูดเรื่องเหล่านี้กับเปิ่นกง” นางลุกขึ้นยืนเบื้องหน้าเซียวเยี่ยน เมื่ออยู่เบื้องหน้าร่างสูงใหญ่ของเซียวเยี่ยน ต่อให้ยามปกตินางจะเผด็จการบ้าอำนาจอย่างไรก็ตาม ยามนี้เป็นได้เพียงนกน้อยหาคอนเกาะเพื่อหาที่พึ่งพิงเท่านั้น นางมองเซียวเยี่ยนและพูดว่า “ท่านรู้หรือไม่ว่ายิ่งท่านใส่ใจนางเท่าใด เปิ่นกงยิ่งคิดจะทำลายนาง เปิ่นกงชิงชังเหลือเกินที่ไม่อาจฉีกนางเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย”
รังสีอันเย็นเยียบแผ่ออกมาจาก