ร่างของเซียวเยี่ยน เขาพูดเสียงต่ำว่า “ขอเพียงเจ้ากล้า เจ้าก็ลองดู เจ้าปฏิบัติต่อนางอย่างไร เปิ่นหวางก็จะทำกับเจ้าเยี่ยงนั้น”
“เปิ่นกงคือไทเฮา ท่านกล้าหรือ!” บรรยากาศภายในตำหนักบรรทมแปรเปลี่ยนเป็นมึนตึงในชั่วพริบตา เดิมทีนางคิดจะพูดจากับเขาดีๆ นางไม่ปรารถนาที่จะฉีกหน้าเขาแม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้เซียวเยี่ยนเย็นชาต่อนาง นางอดทนอดกลั้นได้ แต่ยามนี้ระหว่างคนทั้งสองมีหลินชิงเวยเข้ามาคั่นกลาง กระทั่งอยู่ในความฝันไทเฮายังอยากจะสังหารนางให้แดดิ้น นางกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดระหว่างพวกเขา
ไทเฮาสูดลมหายใจเข้าลึกสองครั้งเพื่อกดข่มความเคียดแค้นชิงชังในอก ยามนี้มิใช่เวลาที่จะมาพูดถึงหลินชิงเวย นางปรารถนาเพียงอยู่ร่วมกับเซียวเยี่ยนอย่างปรองดอง
เซียวเยี่ยน “ยังมีเรื่องอันใดอีก หากไม่มีเรื่องอันใดแล้ว เปิ่นหวางขอตัวก่อน” พูดแล้วเซียวเยี่ยนก็หันหลังกลับโดยไม่เห็นแก่หน้าแม้แต่น้อย
ร่างของไทเฮาโผเข้าไปกอดเขาจากด้านหลังโดยไม่ต้องหยุดคิด “อย่าไป พวกเราพูดจากันดีๆ ไม่ได้หรือ วันนี้เป็นวันเกิดของข้า ไฉนท่านจึงไม่มา?”
เซียวเยี่ยนขมวดคิ้ว “ปล่อยมือ”
น้ำเสียงของเขาปนเปมากับความข่มกลั้นโทสะ ต่อให้ไทเฮาขวัญกล้ากว่านี้ก็มิกล้าทำให้บุรุษตรงหน้าเกิดโทสะ กลัวเพียงแต่ว่าหากนางปล่อยมือช้าไปก้าวหนึ่ง นาทีถัดไปจะถูกเซียวเยี่ยนโยนออกไป
ไทเฮาไม่อาจไม่ปล่อยมือแล้วเดินถอยหลังไปสองก้าว นางหัวเราะอย่างจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับต