ัว “ทุกปีที่ผ่านมาท่านล้วนมาร่วมงาน เหตุใดปีนี้ท่านจึงไม่มา?”
“เปิ่นหวางบอกกับฮ่องเต้ไปแล้วว่าวันนี้มีเรื่องต้องออกจากวัง”
“ข้ออ้าง ล้วนเป็นข้ออ้างทั้งสิ้น เห็นกันอยู่ว่าท่านต้องการหลบหน้าข้า”
เซียวเยี่ยนไม่เกรงใจเช่นกัน “ในเมื่อเจ้ารู้อยู่แล้ว เหตุใดยังต้องฝืนใจเล่า?”
ไทเฮาผู้เป็นประมุขฝ่ายตำหนักในที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและเผด็จการ ยามนี้เป็นเพียงสตรีที่ร่ำไห้น้ำตาไหลพราก
สีหน้าของเซียวเยี่ยนเย็นชาลงอีก
ไทเฮาทางหนึ่งร่ำไห้น้ำตาไหล อีกทางหนึ่งแค่นหัวเราะเสียงเย็น “หลินชิงเวยผู้นั้นเป็นนางสนมของตำหนักในเช่นกัน เป็นสตรีของฮ่องเต้ นางมีคุณธรรมของสตรีหรือไม่? เมื่อท่านเข้าใกล้นางได้คำนึงถึงหน้าตาของราชสกุลสักนิดหรือไม่? ทั้งหมดเป็นเพราะไม่ใช่คนคนเดียวกันเท่านั้นเอง”
คำพูดของไทเฮาแทงใจดำความในใจของเซียวเยี่ยนในหลายวันมานี้ เขาเป็นคนอยู่ในกฎเกณฑ์อย่างเข้มงวดมาโดยตลอด แต่ตั้งแต่หลินชิงเวยปรากฏตัวขึ้น เขาแหกกฎของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า หลินชิงเวยเป็นเจาอี๋ของฮ่องเต้ ทั้งๆ ที่เขารู้ว่าไม่อาจใกล้ชิดกับนางจนเกินไป…ราวกับฮ่องเต้เองทรงมองออกเช่นกัน ไทเฮาไหนเลยจะมองไม่ออกเล่า ฮ่องเต้มีน้ำพระทัยเมตตาปรานี เจตนาสร้างโอกาสให้เขาและหลินชิงเวย ทั้งๆ ที่การกระทำเช่นนี้กลับทำให้เขารู้สึกเป็นทุกข์มากขึ้น
เรื่องของหลินชิงเวยยังไม่ได้จัดการให้กระจ่างแจ้ง ยามนี้ไทเฮาเลอะเลือน ในใจเซียวเยี่ยนบังเกิดความเหนื่อย