หน่ายเอือมระอาอย่างที่สุด
ฉวยโอกาสที่เซียวเยี่ยนตกอยู่ในภวังค์ ไทเฮาจึงจับมือของเขาเอาไว้และดึงรั้งให้นั่งลง “ท่านเห็นแก่ที่วันนี้เป็นวันเกิดของข้าได้หรือไม่ นั่งลงสนทนาเป็นเพื่อนข้าเถิด นี่ไม่ใช่เป็นเพราะหึงหวงผู้อื่นเสียทีเดียว ข้ามีเรื่องต้องการปรึกษาหารือกับท่านจริงๆ”
ต่อมาเซียวเยี่ยนนั่งลงข้างโต๊ะ “เรื่องอันใด?”
ไทเฮาเริ่มพูดช้าๆ “ในอดีตเมื่อยังเยาว์จึงไม่รู้ความ ความปรารถนาในใจกลับทุ่มเทมอบให้คนผิด หลายปีมานี้ข้าอยากจะแก้ไขตลอดมา อดีตฮ่องเต้ทรงประชวรสวรรคต นี่คงเป็นเพราะสวรรค์เห็นใจข้า ให้ข้ามีโอกาสที่จะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”
สีหน้าของเซียวเยี่ยนย่ำแย่ถึงขีดสุด สตรีนางนี้เอ่ยถึงพระเชษฐาต่อหน้าเขาโดยไม่รู้สึกละอายแก่ใจ
นางกุมมือของเซียวเยี่ยน พูดด้วยน้ำเสียงวาดหวังรอคอยว่า “ข้าคิดใคร่ครวญกระจ่างแจ้งดีแล้ว ชื่อเสียงลาภยศเงินทองล้วนเป็นเมฆหมอกที่ผ่านตา เป็นไทเฮาหรือไม่ ไม่สำคัญ สำหรับ… ต่อไปเป็นฮองเฮาหรือไม่นั้นย่อมไม่สำคัญแล้วเช่นกัน ข้าให้เซียวจิ่นขึ้นเป็นฮ่องเต้อย่างราบรื่นต่อไปได้ ข้าไม่ฝืนใจให้ท่านไปนั่งตำแหน่งนั้นแทนเขา ขอเพียงท่านว่าดีย่อมต้องดี รอให้ท่านคืนอำนาจในวันนั้นได้รับอิสระคืนมา ท่านพาข้าไปจากที่นี่ด้วยดีหรือไม่?”