หลินชิงเวย “ข้าคิดว่านั่นไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้ข้ามีความสุข ดังนั้นจึงไม่ถามต่อไป ขอเพียงต่อไปนอกจากข้าแล้วท่านไม่มีใครอีกเป็นพอ”
“หลินชิงเวย เจ้าเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกัน” น้ำเสียงของเซียวเยี่ยนทุ้มต่ำ ดูเหมือนสายลมที่พัดผ่านเทือกเขาลำเนาไพรอย่างไรอย่างนั้น
หลินชิงเวยตอบว่า “มีติดตัวมาแต่กำเนิด เรื่องนี้ช่วยไม่ได้จริงๆ”
เมื่อพวกเขากลับไปถึงตำหนักฉางเหยี่ยนท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว หลินชิงเวยอาบน้ำร้อนด้วยร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าพร้อมกับสูดปากตลอดเวลา
นางปลดอาภรณ์ออกแล้วลงไปแช่ในน้ำจึงพบว่าขาทั้งคู่บวมและเจ็บ ร้ายแรงกว่าที่นางคาดการณ์เอาไว้มากมายนัก ด้านในของต้นขาและด้านในของน่องล้วนถูกเสียดสีกระทั่งผิวหนังบริเวณนั้นถลอก แดงก่ำไปทั่วบริเวณ เมื่อถูกลวกด้วยน้ำร้อน ความเจ็บปวดนั้นยากที่จะบรรยาย
หลังจากอาบน้ำหลินชิงเวยผลัดเปลี่ยนสวมเสื้อนอน ปรากฏให้เห็นต้นขาทั้งสองข้างที่ขาวประดุจหยกขาว นางค่อยๆ ใส่ยาขี้ผึ้งชนิดเย็นให้กับตนเอง นางรักและทะนุถนอมร่างกายของตนเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยเมื่อเกิดบาดแผลแล้วได้ทายาขี้ผึ้งที่นางปรุงขึ้นมาเองย่อมไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้แน่นอน ทว่าบาดแผลหลายรอยบริเวณแขนนั้นแม้จะหายดีแล้วแต่ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นสีชมพูอ่อนเอาไว้ คาดว่าคงต้องอาศัยเวลาอีกยาวนานกว่าจะเลือนหายไป
เมื่อเข้าสู่ฤดูสารทสิ่งที่มาต้อนรับฤดูสารทคือวันฉลองวันพระราชสมภพของไทเฮา ยามนั้นอากาศยังไม่ได้